สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ประกันชีวิต
ดิฉันขอรบกวนสอบถามปัญหากฎหมาย เกี่ยวกับการทำประกันชีวิต คุณตาของดิฉัน ได้ทำประกันชีวิต ไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียง ในช่วงที่โฆษณาเป็นประจำผ่านสื่อต่างๆ จะโฆษณาในลักษณะที่ว่า รับประกันชีวิตผู้สูงอายุ โดยไม่ต้องตอบปัญหาสุขภาพ  และเข้าใจได้ว่า ไม่ต้องตรวจสุขภาพด้วย

คุณตาของดิฉัน จึงสนใจทำประกันชีวิต กับบริษัทประกันชีวิตแห่งนี้ ทั้งที่มีอายุมากเกือบ 80 ปี โดยให้บรรดาลูกๆ ซึ่งรวมถึงคุณแม่ของดิฉันเป็นผู้รับประโยชน์ด้วย

ต่อมาคุณตาได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง บริษัทประกันชีวิตได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน และบอกเลิกสัญญาประกันชีวิต โดยอ้างว่า คุณตาของดิฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งมาก่อนทำประกันชีวิต และไม่ได้เปิดเผยหรือแจ้งให้บริษัทประกันชีวิตทราบ ทั้งที่เขาโฆษณาว่า ไม่ต้องตอบปัญหาสุขภาพ ทำให้คุณตาของดิฉัน เข้าใจว่า ไม่ต้องแจ้งเรื่องโรคมะเร็งที่เป็นอยู่แล้ว

ถึงแม้ว่าบริษัทประกันชีวิต จะคืนเงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วให้ พร้อมทั้งดอกเบี้ยซึ่งเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ฝากไว้กับธนาคาร ประมาณ 1% ต่อปี คุณแม่และดิฉัน ยังรู้สึกว่า ไม่เป็นธรรมอยู่ดี คุณแม่ของดิฉันจะสามารถดำเนินการใดๆ ทางกฏหมาย เพื่อเรียกร้องเงินเพิ่มจากบริษัทประกันชีวิตนี้ได้หรือไม่ ? ขอบคุณมากค่ะ
17 ก.ค. 62 21:36
จาก กรรณิการ์
(182.232.61.165)

คุณตามีหน้าที่ตามกฎหมาย ต้องเปิดเผยข้อความจริงที่สำคัญในการเข้าทำสัญญาประกันชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ ที่อาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา

คุณตาเป็นโรคมะเร็งอยู่ก่อนทำประกันชีวิต จึงต้องเปิดเผยให้บริษัทประกันชีวิตทราบ

จริงอยู่แม้บริษัทประกันชีวิตอาจโฆษณา ทำให้สับสนว่า ไม่ต้องตอบปัญหาสุขภาพ จึงไม่ต้องแจ้งเรื่องโรคมะเร็ง แต่คุณตา มีหน้าที่ตามกฏหมายที่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงนี้อยู่ดี

การที่บริษัทประกันชีวิตทำให้เข้าใจผิด เป็นเรื่องที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องเข้าไปควบคุมดูแล หากเห็นว่าบริษัทประกันชีวิตทำไม่ถูกต้อง สั่งลงโทษโดยการให้จ่ายค่าปรับ หรือ พักใบอนุญาตได้

ในกรณีนี้แสดงว่า บริษัทประกันชีวิตพิจารณาแล้วเห็นว่า คุณตาไม่ได้เปิดเผยข้อเท็จจริง ที่เป็นมะเร็งอยู่ก่อนทำสัญญาประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตจึงใช้สิทธิ์เลิกสัญญาประกันชีวิต คืนเบี้ยประกันให้ พร้อมทั้ง ดอกเบี้ยซึ่งเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ นับว่าน้อยมาก

หากคุณแม่ของคุณยังติดใจ ผมคิดว่า น่าจะลองเรียกดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยตามกฏหมาย 7.5% ต่อปี ให้เป็นกรณีศึกษา และบรรทัดฐานต่อไป
18 ก.ค. 62 15:01
ดร. รุจิระ บุนนาค
(58.136.168.194)