สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

อย่างนี้เรียกว่าอะไรครับแล้วใครผิดครับ
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อดึกวันจันทร์ของสัปดาห์นี้ผมขับรถจะเข้าหอในของมหาลัยมหาลัยครับ ผมขับมาแค่ 15 กิโลเมตรอีกฝ่ายขับมาจากประตูหลังกำลังขับตรงมาไม่เร็วมาก ผมเปิดไฟเลี้วก่อนหน้านั้นแล้วระยะหนึ่งหลังจากนั้นผมจึงแล้วจะเข้าแต่ฝั่งนู้นด้วยเห็นว่าผมจับช้าเลยบิดใส่ประมาณ 60 ครับเลยชนกันที่เลนส์ขวาตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าก็ผิดคู่ครับ แต่ด้วยความที่เราอยากจบเลยรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้
แต่พอซ่อมเสร็จเค้ากับโทรมาบอกว่าคอรถเบี้ยวกาบล่างก็แตกต้องเสียค่าใช่จ่าย ผมเลยรู้สึกว่าผมเสียเปรียบ ในทางด้านรถผมนั้นกาบหน้าก็คือขาดครึ่งไป คือซอยนั้นเล็กครับผมว่าไม่ควรขับเร็วขนาดนั้นแล้วอีกอย่างเจ้าของรถไม่ได้ขับแต่ให้เพื่อนครับซึ่งเพื่อนคนขับนั้นก็ไม่เคยออกมาตกลงหรืออะไรครับได้แต่ปล่อยให้รับผิดชอบครับ
30 ส.ค. 61 17:45
จาก นักศึกษาครับ
(223.24.190.135)
ตามที่คุณเล่ามา และกล่าวถึง 15 กิโลเมตร, บิดใส่ประมาณ 60 ขอสันนิษฐานว่า เป็นอัตราความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง, เร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ที่เป็นอัตราความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มักจะถกเถียงกันว่า เหตุการณ์ตามความเป็นจริงเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูกกันแน่ จึงต้องถือตามประจักษ์พยาน หรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยัน แต่ปัจจุบันมี กล้องถ่ายวีดีโอที่ติดหน้ารถ วีดีโอที่บันทึกไว้ จึงเชื่อถือได้มากกว่าประจักษ์พยาน เพราะจะกลับคำ หรือกล่าวเท็จไม่ได้

กรณีนี้ ไม่กล่าวถึงกล้องถ่ายวีดีโอที่ติดหน้ารถ แสดงว่า คงจะไม่มี และไม่มีประจักษ์พยาน จึงต้องพิจารณาสภาพและลักษณะการชน การที่คุณเป็นฝ่ายเลี้ยวขวา และเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ที่แล่นมาทางตรงถือว่า คุณเสียเปรียบ ยิ่งไปแสดงความรับผิดชอบเสียแต่แรก จะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ 

อย่างไรก็ตาม การที่อีกฝ่ายซ่อมรถมอเตอร์ไซค์เสร็จ แล้วมาแจ้งภายหลังว่า มีความเสียหายอย่างอื่นอีก ถือว่าเป็นข้อพิรุธ ถ้าคุณไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัย คุณไม่ควรยอมรับผิด ประเด็นนี้เป็นเพียงความรับผิดทางแพ่ง ถ้าอีกฝ่ายยังติดใจต้องฟ้องร้องเป็นคดีในศาล ซึ่งอาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไป
4 ก.ย. 61 10:21
ดร. รุจิระ บุนนาค
(58.136.168.194)