สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

นักเล่าข่าว...หวนคืนจอ

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 19 มีนาคม 2564

ดร. รุจิระ บุนนาค

19 มีนาคม 2564


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag


ตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 การพักการลงโทษ   หมายถึง การปลดปล่อยออกไปก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาลภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติที่กำหนด การพักการลงโทษมิใช่สิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นประโยชน์ที่ทางราชการให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี  มีความก้าวหน้าทางการศึกษา ทำงานเกิดผลดีแก่เรือนจำหรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ

ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาด โดยมีคุณสมบัติ   (1) เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม  เหลือโทษจำคุกไม่เกิน   ใน    เช่น โทษจำคุก ปี จำมา ปี ได้พัก ปี  (2)  เป็นนักโทษชั้นดีมาก เหลือโทษจำคุกไม่เกิน   ใน   (3) เป็นนักโทษชั้นดี    เหลือโทษจำคุกไม่เกิน   ใน  5
               
ระหว่างการคุมประพฤติ ผู้ที่ได้รับการโทษ  ต้องปฏิบัติ ดังนี้ (1) จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ (2) ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต (3) ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก (4) ประกอบอาชีพโดยสุจริต (5) ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา (6) ห้ามพกพาอาวุธ (7) ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ  (8) ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน

นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี  ที่อดีตพิธีกรและนักจัดรายการหรือนักเล่าข่าวชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ช่องน้อยสี  ได้รับการพิจารณาพักโทษจากกรมราชทัณฑ์โดยเหตุพิเศษ โดยได้รับการปล่อยตัว เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.  2564  แต่ต้องติดกำไลอีเอ็ม เป็นระยะเวลา 14 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2564 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 และต้องรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติตามกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
                
พิธีกรชายคนนี้ เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว ครั้ง กำหนดโทษหลังสุด ปี เดือน 20 วัน แต่จำคุกมาแล้ว ปี เดือน วัน คงเหลือโทษจำคุก ปี เดือน 14 วัน จากโทษเดิม ปี 24 เดือน  จึงถือเป็นนักโทษที่รับโทษจำคุกมาแล้วระยะหนึ่ง และมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์การพักการลงโทษ   

ย้อนไปเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2547  พิธีกรคนนี้ได้จัดตั้งบริษัทขึ้น โดยมีตัว
เองเป็นกรรมการ เพื่อผลิตรายการให้กับบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) หรือที่เรียกว่า
อสมท.  เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2549 อสมท.ตรวจพบความผิดปกติว่า พนักงานของอสมท.ไม่รายงานว่าบริษัทนี้ โฆษณาเกินเวลา สร้างความเสียหาย ร่วม 140 ล้าน บาท เดือนกันยายน พ.ศ. 2555 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด   ต่อมาเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 13 ปี เดือน  และในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษเป็นจำคุก ปี 24 เดือน  จนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.  2564   ได้รับการพักโทษ แต่ต้องติดกำไลอีเอ็ม 14 เดือน

คดีนี้ แม้พิธีกรคนดังกล่าว จะได้ชดใช้เงินคืนให้แก่อสมท.ทั้งหมดแล้ว แต่ถือได้ว่า การกระทำความผิดได้สำเร็จแล้ว จึงต้องดำเนินคดีอาญาต่อไปจนรับโทษ เพราะคดีอาญาไม่ระงับ

แม้ตามเงื่อนไขของการพักโทษ ผู้ที่ได้รับการพักโทษสามารถประกอบอาชีพที่สุจริตได้  
กรณีของพิธีกรคนนี้ ทางกรมคุมประพฤติ ได้กำหนดห้ามไม่ให้เป็นพิธีกรหรือโฆษกในงานที่เกี่ยวกับการเมือง แต่สามารถทำหน้าที่ของสื่อภายใต้จรรยาบรรณของวิชาชีพได้ตามปกติ กรณีการกลับทำหน้าที่พิธีกร มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  ฝ่ายที่เห็นด้วย เพราะชื่นชอบความสามารถในการวิเคราะห์ข่าว ที่หาคนเทียบเท่ายาก  มีสไตล์การเล่าข่าวเป็นของตนเอง สามารถเล่าเรื่องข่าวได้เข้าใจง่าย  

ในขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า  เพราะการกระทำความผิดที่เกิดจากเจตนาหรือความ
ประมาท ควรนำมาพิจารณา มีคำพูดว่า “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา”  ความผิดไม่ว่าจะเป็นฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐกระทำผิดด้วยการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลา  ฐานร่วมกันยักยอกเงินโฆษณาที่ได้รับเกินกว่าสัญญา เป็นความผิดที่เกิดจากเจตนาล้วนๆ   

ต่างจากการกระทำโดยประมาท ที่หมายถึง  กระทำความผิดไม่ใช่โดยเจตนา แต่กระทำ
โดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้น  จะต้องมีตามวิสัย และ พฤติการณ์  เช่น จำเลยขับรถบรรทุกเสาไฟฟ้าโดยใช้ล้อพ่วง  ล้อรถพ่วงหลุดจนเสาตกลงมาขวางถนน  แต่กลับไม่ได้จัดให้มีโคมไฟหรือเครื่องสัญญาณอย่างอื่น  เพื่อให้ผู้ใช้ถนนเห็นเสาที่ขวางถนน  เป็นเหตุให้รถที่แล่นมาชนเสา มีคนตายและบาดเจ็บ ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยประมาท เพราะ ต้องจัดให้มีโคมไฟหรือเครื่องสัญญาณ

การทำหน้าที่เป็นพิธีกรควรมีภาพลักษณ์ที่ดีในทุกๆด้าน  พิธีกร นักร้อง นักแสดง ย่อมเป็นแบบอย่างหรือไอดอล หรือบุคคลที่หลายๆคนต้องการเอาเป็นแบบฉบับ การทำหน้าที่เป็นพิธีกร อาจดูไม่เหมาะสม  เท่ากับการทำงานอยู่เบื้องหลัง    เพราะอาจทำให้เยาวชนแยกแยะ ไม่ออก และเข้าใจผิดว่า การกระทำผิดที่เกี่ยวกับเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องธรรมดา ที่ไม่เสียหาย และเป็นที่ได้รับความชื่นชมในสังคม
ส่วนสถานีโทรทัศน์ไม่ควรให้ความสำคัญ เฉพาะแต่ในเรื่องค่าโฆษณาที่ได้รับเพิ่มขึ้น เพียงเพราะนักเล่าข่าวเป็นผู้ที่มีคนสนใจ ติดตามมาก
ก่อนหน้านี้ เคยมีอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง   กระทำความผิดฐานข้อหาจ้าง
วาน ฐานทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลอื่นปราศจากเสรีภาพ หรือที่ชาวบ้านเรียกคดีนี้ว่า คดีรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท ได้จัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ของหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งได้ไม่นาน ต้องมีอันเลิกไป เพราะเจ้าของสถานีโทรทัศน์อาจมองว่า นักจัดรายการควรมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาประชาชน 
          
อดีตผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับหนึ่ง ที่กระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร เพื่อขอกู้เงินธนาคาร ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก และพ้นโทษแล้ว ได้จัดทำช่องรายการของตัวเองทาง Youtube เพราะเป็นสื่อที่ไม่ต้องมีการคัดกรองเหมือนโทรทัศน์ โดยไม่ได้จัดรายการโทรทัศน์ดาวเทียมช่องของตนเอง 

ทุกอาชีพล้วนมีจรรยาบรรณและมีคุณธรรม ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมสูงสุด
และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้คนในสังคม

จำนวนการอ่าน 22 ครั้ง