สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ค่าโง่..ภาษีบุหรี่

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 15 มีนาคม 2564

ดร. รุจิระ บุนนาค

12 มีนาคม 2564


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

แม้จะทราบกันดีว่า  บุหรี่เต็มไปด้วย สารนิโคติน หากร่างกายได้รับนานๆ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ เช่น ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด โรคหัวใจการสูบบุหรี่ มวน อาจทำให้อายุสั้นลง นาทีทั้งที่ซองบุหรี่จะมีภาพที่แสดงถึงอันตรายจากการสูบบุหรี่ ควันบุหรี่ยังทำร้ายคนรอบข้างได้อย่างร้ายกาจ  แต่กระนั้นก็ตาม  การเลิกบุหรี่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางคน 

    ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) จัดเก็บจากสินค้าและบริการ ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ และศีลธรรมอันดี มีลักษณะเป็นสินค้าและบริการที่ฟุ่มเฟือยเช่น ยาสูบสุราแช่ สุรากลั่นเครื่องดื่มชูกําลัง ไพ่ สลากกินแบ่งรัฐบาล สนามแข่งม้า สถานประกอบการด้านบันเทิงเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ภาษีสุราและยาสูบ บางทีเรียกว่า ภาษีบาป (sin tax) เพราะเป็นการสื่อความหมายถึงรัฐไม่สนับสนุนและต้องการให้ประชาชนลด ละ เลิกสุราและยาสูบ

การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบจะจัดเก็บจากผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ได้แก่ ยาเส้น (ใบยาหรือยาอัดซึ่งได้หั่นเป็นเส้นและแห้ง) และยาสูบ (บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์บุหรี่อื่นๆ ยาเส้นปรุง รวมถึงยาเคี้ยว) โดยจัดเก็บเป็นค่าแสตมป์ยาสูบ (Tax Point) แสตมป์นี้ จะนำไปปิดบนซองยาเส้นหรือยาสูบสําหรับยาสูบที่ผลิตในประเทศ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบในประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบจากกรมสรรพสามิตชำระค่าแสตมป์ยาสูบและปิดแสตมป์ยาสูบก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรม กรณียาสูบนำเข้าจากต่างประเทศ  ตัวแทนนำเข้ามีหน้าที่เสียภาษี โดยต้องชำระค่าแสตมป์ยาสูบ และปิดแสตมป์ยาสูบก่อนรับมอบจากเจ้าพนักงานศุลกากรผู้ผลิตหรือนำเข้ายาสูบ มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนสรรพสามิต

ในการคิดคํานวณภาษีสรรพสามิตยาสูบตามพ.ร.บ. ยาสูบ พ.ศ.2509 สําหรับยาสูบในประเทศและยาสูบที่นําเข้าต้องคํานวณแบบผสม (รวมถึงบุหรี่ซิกาแรต) คือใช้อัตราภาษีตามมูลค่า (ถ้าเป็นยาสูบที่ผลิตในประเทศไทยจะใช้ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบเป็นฐานภาษีสําหรับยาสูบที่นําเข้า ให้ถือตามราคา ซี.ไอ.เอฟ คือ ราคายาสูบที่บวกด้วยค่าประกันภัยและค่าขนส่งถึงด่านศุลกากร เป็นฐานภาษี) และอัตราภาษีตามสภาพหรือตามปริมาณ (ใช้ปริมาณยาสูบตามน้ำหนักเป็นกรัมเป็นฐานภาษี) หากวิธีใดคํานวณแล้วเสียภาษีเป็นเงินสูงกว่า ให้เก็บตามอัตราภาษีที่สูงกว่า

องค์การอนามัยโลกเสนอว่า การขึ้นราคาบุหรี่มีประสิทธิภาพสูงในการลดความต้องการบริโภค ช่วยหยุดและป้องกันการเริ่มใช้ยาสูบ การเพิ่มราคาบุหรี่ร้อยละ 10 จะลดความต้องการสูบบุหรี่ได้ร้อยละ ในประเทศมีรายได้สูง และร้อยละ ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

เมื่อปีพ.ศ.2560 กรมสรรพสามิตออกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตขึ้นภาษียาสูบเป็น2 อัตรา คือ บุหรี่ไม่เกินซองละ 60 บาท เสียภาษีร้อยละ 20 ส่วนซองละ 60 บาทขึ้นไป เสียภาษีร้อยละ 40 การขึ้นภาษีนี้ส่งผลให้บุหรี่ไทยราคาสูงขึ้น ทั้งขายได้น้อยลง  ในขณะที่บุหรี่นอกราคาถูกลง ทำให้ขายได้มากขึ้น ทั้งๆที่บุหรี่เป็นสินค้าที่อันตราย  รัฐควรต้องกำหนดราคาให้สูงขึ้น เพื่อให้คนสามารถลด ละ เลิกได้ และไม่เป็นการส่งเสริมนักสูบหน้าใหม่  โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

การขึ้นราคาบุหรี่ไทย ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจยาสูบและชาวไร่ยาสูบได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จากการรับซื้อใบยาสูบที่ลดลงฮวบ กลุ่มชาวไร่ยาสูบมีรายได้ลดลงกว่าพันล้านบาท เพราะคนหันไปซื้อบุหรี่นอก แต่เดิมนั้น บุหรี่นอกจำหน่ายซองละ 70-72 บาท ควรจะต้องเสียภาษีร้อยละ 40  แต่ราคากลับลดลงเหลือ 60 บาท เนื่องจากภาษีลดลงเหลือร้อยละ 20

นักวิชาการหลายท่านได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ตรงกันว่า การปล่อยให้บุหรี่นอกลดราคา  ไม่แต่เป็นเพียงขัดกับหลักเศรษฐศาสตร์ แต่ยังขัดกับคำชี้แนะของธนาคารโลกและองค์การอนามัยโลก  เพราะบุหรี่เป็นสินค้าอันตราย การปรับโครงสร้างภาษีจะต้องไม่ทำให้ราคาจำหน่ายบุหรี่ลดลงแต่กรมสรรพสามิตกลับกำหนดพิกัดอัตราภาษี โดยไม่บัญญัติให้คงราคาเดิมหรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่าราคาเดิมไว้ก่อนบังคับใช้ ส่งผลให้บุหรี่นำเข้าลดราคาได้ 

ข้อมูลปี พ.ศ.2560 – 2563 รัฐมีรายได้นำส่งแผ่นดินลดลงมากกว่า 10,000-21,000 ล้านบาทต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนปีพ.ศ.2560 การทบทวนเรื่องราคาและภาษีบุหรี่ ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

การกำหนดอัตราภาษียาสูบ อัตราของกรมสรรพสามิต เป็นการขัดต่อหลักการจัดเก็บภาษีที่ดีคือ หลักความเสมอภาคและหลักความเป็นธรรม (Equity and fairness) กล่าวคือผู้ประกอบการที่นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศกับผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ในประเทศ ควรถูกจัดเก็บภาษีในอัตราเดียว เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่น 

หากรัฐย้อนกลับไปกำหนดห้ามลดราคาและใช้ราคาบุหรี่เดิม ก่อนที่จะบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560  ย่อมเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และสอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกที่ไทยลงร่วมลงนามไว้

ขณะนี้ กรมสรรพสามิตกำลังเร่งสรุปโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ เพื่อให้ทันใช้บังคับในวันที่ ตุลาคม พ.ศ. 2564  ประชาชนต้องการเห็นว่า  การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ จะต้องครอบคลุมให้ได้ใน4 เรื่องหลัก คือ 1.การดูแลเกษตรกร 2.สุขภาพของประชาชน 3.ปราบปรามบุหรี่เถื่อน และ 4.การจัดเก็บรายได้ของกรม 

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล โดยกรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลัง ควรปรับภาษียาสูบให้มีความสมดุลมากขึ้นในทุกๆ มิติ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและตรวจสอบการหลีกเลี่ยงภาษีของผู้ประกอบการและรักษาผลประโยชน์ของประเทศในขณะเดียวกันต้องลดการบริโภคยาสูบของประชาชน

จำนวนการอ่าน 25 ครั้ง