สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

สินบนข้ามชาติ กับ ประเทศไทย

ลงพิมพ์ในแนวหน้า 20 พฤศจิกายน 2563

ดร. รุจิระ บุนนาค

20 พฤศจิกายน 2563


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.(ผ) 46/59 ที่อัยการคดีพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2

อัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 กรณีที่จำเลยทั้งสองรับเงินตอบแทน สามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ หรือ Bangkok International Film Festival (BIBF) ปี พ.ศ. 2545 2550 มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท 

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560 พิจารณาเห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปีพ.ศ. 2546 บริษัทรับจ้างไม่ได้เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์

พฤติการณ์ของจำเลยที่ ได้คบคิดกับสองสามีภรรยา นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยเรียกรับเงินสินบนจากนักธุรกิจสองสามีภรรยา และได้โอนเงินไปยัง จำเลยที่ ที่เป็นบุตรสาวร่วมสองล้านเหรียญสหรัฐ    การกระทำของ จำเลยที่ จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 12

ผลสรุปของคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่  เป็นเวลา 50 ปี  ส่วนจำเลยที่ เป็นเวลา 40 ปีศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิดทั้งหมด รวมถึงดอกผลที่เกิดขึ้นของเงินดังกล่าวโดยให้ตกเป็นของแผ่นดิน

อดีตผู้ว่าการททท. ได้มีแนวคิดจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว  แม้ทุกอย่างจะผ่านไปอย่างเรียบร้อย ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้ถูกเผยแพร่สร้างชื่อเสียงให้โลกได้รู้จัก แต่วิธีการได้สิทธิ์เพื่อจัดงาน ขัดต่อข้อกฎหมายหลายข้อ  มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ดำเนินการทั้งหมดมิใช่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่เป็นสองสามีภรรยาที่เป็นนักธุรกิจสร้างภาพยนตร์ซึ่งมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในสหรัฐฯ

                ช่วงเวลานั้น   รัฐบาลไทยต้องให้การสนับสนุนกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ เพื่อการประชาสัมพันธ์ประเทศ ทำให้อดีตผู้ว่าการททท.มีความสนิทสนมกับนักธุรกิจสองสามีภรรยา  จนมีการตกลงที่จะให้ผลตอบแทน เพื่อเป็นหลักประกันว่า พวกเขาจะได้สิทธิ์จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2545 2550 รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทย

การจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษตามกฎหมายไทยนั้น ผู้ว่าการททท. มีอำนาจอนุมัติการทำสัญญาโครงการในวงเงินไม่เกิน 25 ล้านบาทต่อสัญญา หากเกินกว่านั้นต้องใช้วิธีประกวดราคา สองสามีภรรยา ได้ใช้วิธีตั้งบริษัทขึ้นหลายบริษัท และให้ททท. แตกสัญญาจ้างเป็นหลายฉบับ โดยมูลค่าของสัญญาแต่ละฉบับอยู่ภายใต้วงเงินงบประมาณที่ผู้ว่าการ ททท. สามารถอนุมัติได้โดยไม่ต้องผ่านการประกวดราคา

เมื่อได้รับเงินค่าจ้างจัดงานเรียบร้อย สองสามีภรรยาจะตกแต่งบัญชีค่าใช้จ่ายของบริษัทที่รับงานให้สูงกว่าความเป็นจริง เพื่อนำเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจ่ายสินบนให้แก่อดีตผู้ว่าการททท. ด้วยการออกแคชเชียร์เช็คหรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกสาว โดยระบุว่าเป็นค่านายหน้าการขายมีการประเมินรายได้ที่สองสามีภรรยาได้รับจากงานนี้มากถึง 13 ล้านเหรียญสหรัฐหรือหรือ 414 ล้านบาท
เมื่อทางการสหรัฐฯได้ตรวจสอบบริษัทสองสามีภรรยา พบว่ามีการโอนเงินโดยไม่ชอบมาพากล  มีการเข้าสอบสวนหาพยานหลักฐานและส่งมอบให้กับทางการไทย

สหรัฐฯ มีกฎหมายว่าด้วยการกระทำทุจริตในต่างประเทศของพลเมืองอเมริกัน (Foreign Corrupt Practices Act (FCPA) สองสามีภรรยาจึงถูกศาลนครลอสแองเจลิสสั่งปรับ 250,000เหรียญสหรัฐ หรือ ล้านบาท จำคุก เดือน และกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้านพักอีก เดือน 

แม้ว่าบรรดาบริษัทข้ามชาติจะมีประมวลจริยธรรม (CODE OF CONDUCT) ของตน ที่กำหนดว่า จะไม่ให้สินบนเพื่อให้ขายสินค้า หรือบริการ หรือได้งานในประเทศที่ตนไปประกอบธุรกิจ และหลายประเทศที่บริษัทข้ามชาติเหล่านี้ตั้งอยู่ ต่างมีกฎหมายเอาผิดกับการให้สินบน แต่บริษัทข้ามชาติบางบริษัทยังคงมีการติดต่อให้หน่วยงานของรัฐในประเทศต่าง ๆ ใช้สินค้าบริการ หรือให้บริษัทตนได้รับประโยชน์ โดยจะมีการให้สินบนเป็นจำนวนมาก ให้กับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลากรผู้มีอำนาจตัดสินใจ 

บริษัท โรลส์-รอยซ์ ถูกหน่วยงานของประเทศอังกฤษ คือ สำนักงานสืบสวนการฉ้อฉลรุนแรงของสหราชอาณาจักร หรือ Serious Fraud Office (SFO) ปรับ เนื่องจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ได้ติดสินบนประมาณ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับนายหน้า และเจ้าหน้าที่ของไทย เพื่อขายเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ให้กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ช่วงปีพ.ศ.2547-2558 ผลพวงของการจ่ายสินบนดังกล่าว ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินงานของบริษัท การบินไทยและเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้บริษัท การบินไทย ประสบปัญหาขาดทุน โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2560-2562 เรื่องนี้ได้มีการสอบสวนเมื่อตกเป็นข่าว แต่จนถึงปัจจุบัน ยังหาผู้กระทำผิดไม่ได้

สหราชอาณาจักรมีกฎหมายต่อต้านการให้สินบนข้ามชาติ (Bribery Act) ห้ามการให้สินบนในต่างประเทศที่เอาผิดกับธุรกิจในประเทศของตน ที่จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างชาติ แคนาดามีกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันของเจ้าพนักงานในต่างประเทศ (Corruption of Foreign Public Officials Act) บราซิลมีกฎหมายเพื่อการประกอบธุรกิจอย่างขาวสะอาด (Clean Company Act) ญี่ปุ่นมีกฎหมายห้ามการจ่ายสินบนข้ามชาติเช่นกัน เรียกว่า กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Competition Law)

สำหรับประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามการให้สินบนในต่างประเทศ มีเพียงกฎหมายกำหนดความผิดเรื่องสินบนเกี่ยวกับทางราชการภายในประเทศ ที่เอาผิดผู้ให้และผู้รับ ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ประเทศไทยควรมีกฎหมายสินบนข้ามชาติ เพื่อป้องกันมิให้บริษัทหรือผู้ประกอบการชาวไทยให้สินบนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานในต่างประเทศ

จำนวนการอ่าน 44 ครั้ง