สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

เลื่อนเส้นตาย...ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 4 กันยายน 2563

ดร. รุจิระ บุนนาค

4 กันยายน 2563


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

การจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ถูกยกเลิกไป เพราะใช้บังคับมาเป็นเวลานานและไม่เหมาะสม จึงต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษีทรัพย์สินให้ทันสมัยเป็นสากล จึงได้มีการตราพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ มกราคม พ.ศ. 2563   

ตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจจัดเก็บภาษีจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมายถึง  เทศบาล  องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร  เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่หมายความรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือ (1)  เจ้าของที่ดิน/สิ่งปลูกสร้าง (2) เจ้าของห้องชุด และ (3) ผู้ครอบครองทรัพย์สินของรัฐ (ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง)

ภาษีที่จัดเก็บได้ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ถือเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น  เพื่อเป็นงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความเจริญในระยะยาว

การชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เริ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีแก่ผู้เสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ และต้องชำระภาษีภายในเดือนเมษายน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกและของประเทศไทยหดตัวลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ประชาชนทุกสาขาอาชีพต่างได้รับผลกระทบ ทำให้การจัดเก็บภาษีซึ่งเป็นปีแรก ไม่สามารถเป็นไปตามกำหนด ได้มีการประกาศใช้พ.ร.บ.ลดภาษีสำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ส่งผลให้การชำระภาษีมาเป็นวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมาทั้งมีการลดอัตราภาษีร้อยละ 90 เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน

ผู้เสียภาษีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน  ต่างพากันวิตกกังวลว่าต้องชำระภาษีเท่าไหร่ หรือบางคนได้รับแจ้งการประเมินแล้ว กลับไม่แน่ในว่าต้องชำระอย่างไร ทั้งหากชำระเกิน 31 สิงหาคม  พ.ศ. 2563 อาจต้องแบกภาระทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม  เพราะภาษีที่ไม่ได้ชำระถือเป็นภาษีค้างชำระ หากผู้เสียภาษีไม่ได้ชำระภาษีค้างชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายในเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือแจ้งเตือน   เมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือน ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้เสียภาษี เพื่อนำเงินมาชำระภาษีค้างชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มนอกจากนี้  ตามมาตรา 59 ของพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ   การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างจะไม่สามารถทำได้ หากปรากฏว่ามีภาษีค้างชำระ

ส่งผลให้ตลอดเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 สำนักงานเขตศาลาว่าการเมืองพัทยา  สำนักงานเทศบาล   องค์การบริหารส่วนตำบล ต่างเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ส่วนมากต่างไปสอบถามถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  เจ้าหน้าที่หลายแห่งได้ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า การประเมินไม่ใช่หน้าที่ของเขตโดยตรง ทางเขตต้องรอรับแจ้งจากกรมธนารักษ์จึงจะทราบจำนวนภาษีที่ต้องชำระการไม่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินอาจมาจาก สาเหตุหลัก คือ (1) ประชาชนได้รับยกเว้นภาษีกรณีเป็นเจ้าของบ้านและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หากมูลค่าฐานภาษีกรณีใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาทแล้วแต่กรณีหรือเป็นบุคคลธรรมดาใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการประกอบการเกษตรจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีในปีพ.ศ. 2563 – 2565 (2) หนังสือแจ้งประเมินภาษีส่งไปแล้วไม่มีผู้รับ จดหมายจึงถูกตีกลับ รวมถึงไม่อยู่ในฐานข้อมูลการสำรวจผู้อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีของ อปท. 


ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การได้รับแจ้งและการออกหนังสือแจ้งการประเมินไม่สามารถทำให้ทันตามกำหนดเวลา    เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่ได้รับเอกสารแจ้งการประเมินภาษี สามารถนำเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ พร้อมบัตรประชาชนไปติดต่อที่ฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตที่ตั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อขอรับการประเมินภาษีและชำระภาษี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  14 มาตรา 46  มาตรา  60  และมาตรา  61  แห่งพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ และกฎกระทรวงการผ่อนชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  พ.ศ. 2562 ได้มีการขยายกำหนดเวลาการดำเนินการตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ  เป็นการทั่วไป  เฉพาะในปี  พ.ศ. 2563  คือ (1) การแจ้งประเมินภาษี ภายใน 30 กันยายน พ.ศ. 2563       (2) การชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี พ.ศ. 2563  ขยายไปจนถึง 31 ตุลาคมพ.ศ.  2563
(3) การผ่อนชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี  พ.ศ. 2563  ขยายเวลา คือ งวดที่หนึ่ง  ชำระภายในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563 งวดที่สอง  ชำระภายใน 30 พฤศจิกายน พ.ศ.  2563 และงวดที่สาม  ชำระภายใน31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 (4) การมีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี พ.ศ. 2563 ที่มีภาษีค้างชำระขยายไปจนถึง  30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 (5) การแจ้งรายการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี  พ.ศ. 2563  ภาษีค้างชำระ  ให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขา  ขยายไปจนถึง 31 ธันวาคม  พ.ศ. 2563

ในสถานการณ์เช่นนี้ ช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 ภาครัฐควรเร่งประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือสื่อต่างๆ ให้ผู้เสียภาษีได้ทราบถึงกำหนดที่จะต้องชำระ อัตราเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่ต้องชำระ โทษของการชำระไม่ตรงตามกำหนด เพื่อที่ผู้เสียภาษีจะได้ตระหนักและให้ความสำคัญ มิฉะนั้นผู้เสียภาษีจะต้องแบกภาระเรื่องเบี้ยปรับและเงินเพิ่มไม่ใช่ทำงานแบบไฟลนก้น ผู้เสียภาษีจะมารู้ เมื่อใกล้เส้นตาย จึงไม่น่าแปลกที่พากันแห่ไปที่สำนักงานเขตต่างๆ  

การชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ เริ่มเป็นปีแรก ย่อมต้องขลุกขลักเป็นธรรมดา แต่ถือเป็นเรื่องดีที่กระทรวงการคลังได้เพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีในการชำระภาษีได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางต่าง ๆ 

ความฉุกละหุกและการติดขัดในการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต และการแก้ปัญหาแบบไทยๆ อย่างแท้จริง

จำนวนการอ่าน 20 ครั้ง