สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

การชุมนุมสาธารณะ

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 21 สิงหาคม 2563

ดร. รุจิระ บุนนาค

21 สิงหาคม 2563


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน มักจะมีประชาชนรวมกลุ่มชุมนุมสาธารณะแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆกัน  ตั้งเวทีปราศรัยตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งทางการเมือง บางครั้งมีการเดินขบวน ปิดถนน  เข้ายึดสถานที่สำคัญ ทำให้บ้านเมืองไม่มีความสงบสุข 

              เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีตลอดจนสุขอนามัยของประชาชนหรือความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิและเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ได้มีการตราพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558   ตามพ.ร.บ.นี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิชุมนุมสาธารณะให้ชัดเจนและโดยสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2539  มีผลใช้บังคับวันที่  30 มกราคม  พ.ศ. 2540 

               พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 กรกฎาคม  พ.ศ. 2558 และมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม  พ.ศ. 2558  ตามพ.ร.บ.ฯได้กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการใช้เสรีภาพการชุมนุมสาธารณะที่ประชาชนต้องปฏิบัติตาม ทั้งได้กำหนดโทษทางอาญาไว้สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย

        
               ตามพ.ร.บ. นี้  “การชุมนุมสาธารณะ” หมายความว่า การชุมนุมของบุคคลในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป และบุคคลอื่นสามารถร่วมการชุมนุมนั้นได้ ไม่ว่าการชุมนุมนั้นจะมีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายด้วยหรือไม่ “ที่สาธารณะ” หมายถึง  ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์หรือสงวนไว้ เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือที่หน่วยงานของรัฐมิได้เป็นเจ้าของแต่เป็นผู้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ บรรดาซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ รวมตลอดทั้งทางหลวงและทางสาธารณะ

               จากความข้างต้น การชุมนุมสาธารณะต้องประกอบด้วย (1) เป็นการชุมนุมในที่สาธารณะ และ (2) บุคคลอื่นสามารถเข้าร่วมการชุมนุมนั้นได้   ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย  
   
                “ผู้จัดการชุมนุม” หมายถึง  ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ และให้หมายความรวมถึงผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ และผู้ซึ่งเชิญชวนหรือนัดให้ผู้อื่นมาร่วมการชุมนุมสาธารณะโดยแสดงออกหรือมีพฤติการณ์ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้จัดหรือร่วมจัดให้มีการชุมนุมนั้น ผู้จัดการชุมนุมต้องแจ้งการชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตํารวจแห่งท้องที่ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และต้องระบุวัตถุประสงค์ วันที่ ระยะเวลา สถานที่ชุมนุม จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม การขอใช้เครื่องขยายเสียง โดยที่ต้องระบุกำลังขยายและระดับเสียงที่จะใช้สำหรับการชุมนุมให้ชัดเจน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท  ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดระดับเสียงของเครื่องขยายเสียงที่ใช้ในการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558  ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558  คือ ค่าระดับเสียงสูงสุดต้องไม่
เกิน 115 เดซิเบลเอ และค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ 

             ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดวิธีการชุมนุมสาธารณะ ลงวันที่ 
พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ผู้จัดการชุมนุมต้องใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง คือ (1) แจ้งโดยตรงต่อผู้รับแจ้ง (2) แจ้งทางโทรสาร (3) แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 

              เมื่อแจ้งแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาว่า การจัดการชุมนุมดังกล่าวขัดต่อเงื่อนไขตาม
กฎหมายหรือไม่ เช่น ห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง หรือชุมนุมภายในพื้นที่ของรัฐสภา ทําเนียบรัฐบาล และศาล การชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการของ (1) สถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ  (2) ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ หรือสถานีขนส่งสาธารณะ  (3) โรงพยาบาล สถานศึกษาและศาสนสถาน (4) สถานทูตหรือสถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ หรือสถานที่ทำการองค์การระหว่างประเทศ   (5) สถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด  หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

               ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งต้องทำการพิจารณาและสรุปสาระสำคัญในการชุมนุมสาธารณะให้ผู้แจ้งทราบภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง  หากขัดต่อกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับแจ้ง จะมีคำสั่งให้ผู้แจ้งแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด  หากผู้แจ้งการชุมนุมไม่ทำการแก้ไข จะมี “คำสั่งห้ามชุมนุม” เป็นหนังสือไปยังผู้แจ้ง   กรณีผู้แจ้งการชุมนุมไม่เห็นชอบด้วยกับคำสั่ง สามารถยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับแจ้งขึ้นไปหนึ่งชั้น และให้ผู้รับอุทธรณ์วินิจฉัยและแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในเวลา 24 ชั่วโมง คำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นให้เป็นที่สุด  ตาม พ.รบ.ฯ ได้กำหนดว่าในระหว่างมีคำสั่งห้ามชุมนุม การอุทธรณ์และพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์  ให้งดการชุมนุมสาธารณะ  การฝ่าฝืนคำสั่งให้งดการชุมนุมสาธารณะนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
            
                 ผู้จัดการชุมนุมมีหน้าที่ตามกฎหมาย  เช่น ต้องดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ  ต้องดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ต้องไม่ปราศรัยหรือจัดกิจกรรมในการชุมนุมโดยใช้เครื่องขยายเสียงในระหว่างเวลา 24.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น

               ตามพ.ร.บ. ฯ นี้ กำหนดว่า ผู้ที่ประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ ให้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง (เจ้าหน้าที่ตำรวจ) ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24  ชั่วโมง หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท  เป็นที่สังเกตได้ว่า การจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่มีการขออนุญาตมีแต่โทษปรับ แต่ทั้งนี้  หากการชุมนุมสาธารณะมีขึ้นในสถานที่สำคัญ เช่น การจัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง หรือการชุมนุมสาธารณะในสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ  ท่าอากาศยาน โรงพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกิน เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กฎหมายได้กำหนดขั้นตอนการขออนุญาตการชุมนุมสาธารณะไว้แล้ว ผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุมจะต้องเคารพและไม่ล่วงละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นโดยเฉพาะประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้นๆ ภาครัฐควรต้องประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม และให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้การชุมนุมสาธารณะเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งยังป้องกันไม่ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ

จำนวนการอ่าน 20 ครั้ง