สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

พิสูจน์เงินบริจาค

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 17 กรกฎาคม 2563

ดร. รุจิระ บุนนาค

17 กรกฎาคม 2563


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

คนจำนวนไม่น้อยที่อาจไม่มีเวลาเพียงพอที่จะอุทิศตนทำงานให้กับสังคมอย่าง
จริงจัง แต่ต้องการที่เป็น “ผู้ให้” เพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้น โดยการบริจาคเงินตามกำลังทรัพย์ให้กับองค์กรการกุศล สมาคม   มูลนิธิต่างๆ  ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง หรือบุคคลที่ขอรับบริจาคเฉพาะกิจ โดยประกาศตนว่าจะนำเงินที่ขอรับบริจาคไปช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ในเวลาขอรับบริจาค

ผู้บริจาคมักจะเชื่อว่า การบริจาคเป็นการทำการกุศลอย่างหนึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้คนตกทุกข์ได้ยาก อาจช่วยให้ชีวิตของตนพบแต่สิ่งดีๆ สิ่งนี้อาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพหลอกลวงหากินกับความสงสาร และความเห็นอกเห็นใจของคนได้

             ข่าวเกี่ยวกับเงินบริจาคในทางลบปรากฏตามสื่ออยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์   การขอรับบริจาคทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  การนำเงินบริจาคไปใช้ในเรื่องส่วนตัว   ผู้ขอรับบริจาคไม่สามารถแจกแจงรายละเอียด ผู้ที่ตกเป็นข่าวบางคนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ทำให้สังคมจับตามอง คอยติดตามข่าว และหากผู้ขอรับบริจาคทำผิดจริง สังคมต่างต้องการให้มีบทลงโทษเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

“ฌอน บูรณะหิรัญ”  ไลฟ์โค้ช หรือนักพูดสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจ นำเสนอแนวคิดและปรัชญาการใช้ชีวิต ที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆหลายล้านคน สอนหลักสูตรบทเรียนชีวิตออนไลน์  ฌอนเป็นวิทยากรรับเชิญหลายครั้ง  จัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น ส่งเสริมการปลูกป่า  ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีทำเพื่อสังคม ทั้งเป็นเน็ตไอดอล    
ช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ฌอนได้โพสต์ผ่านทางเฟสบุ๊กขอรับเงินบริจาคเพื่อดับไฟป่า ทำนองว่า “ผมอยู่เชียงใหม่ได้กลิ่นไฟไหม้ตลอดและตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว...คนเชียงใหม่นับล้านกำลังจะตายไม่ใช่เพราะโควิด แต่เพราะไฟ..ผมอยากเป็นอาสาสมัครดับไฟป่า..”

             ในขณะที่มีอาสาสมัครดับไฟป่าออกมาเปิดเผยว่า ไม่มีใครในคณะทำงานได้รับเงินบริจาค หรือชุดผจญเพลิง หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ใดๆจากฌอน  ทั้งพยายามติดต่อเพื่อสอบถามฌอนทุกช่องทาง แต่ติดต่อไม่ได้ ทำให้สังคมออกมาเรียกร้องให้ฌอนให้ความกระจ่างในเรื่องนี้  เป็นเวลาหลายสัปดาห์กว่าฌอนจะออกมาชี้แจงว่า ยอดเงินบริจาคตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563  – 30 เมษายน พ.ศ. 2563  มีเงินเข้ามาประมาณ 800,000 บาท ต่อมาชี้แจงว่า มีตัวเลขที่ตกหล่น ยอดเงินที่ถูกต้องทั้งสิ้น เป็นเงิน 1,338,644.01 บาท  โดยโอนเข้าจำนวน 5,974 ครั้ง  ยอดเงินบริจาคที่ใช้ไปตามใบเสร็จทั้งสิ้น 991,541.36 บาท

แต่ยังมีหลายประเด็นที่คลุมเครือ   เช่น ตอนแรกให้บริจาคผ่านกองทุนลมหายใจ เชียงใหม่แต่ในวันเดียวกัน ได้เปลี่ยนเป็นให้บริจาคเข้าบัญชีของฌอนโดยตรง โดยอ้างว่าผู้ใหญ่แนะนำให้เปลี่ยนเพื่อจะได้เอาเงินไปซื้อของได้   นักข่าวได้สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องรับบริจาคเงินดับไฟป่า  แต่ผู้ว่าฯตอบว่าไม่เคยรับบริจาค หรือทำกิจกรรมร่วมกับฌอน  ทั้งบัตรเครดิตของฌอนได้ตัดผ่านบัญชีที่รับบริจาค   ใช้เงินบริจาคใน
การบูสต์โพสต์ในเพจ เพื่อกระตุ้นให้คนเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะส่งผลให้เงินบริจาคสูงตามไปด้วย แต่ยอดเงินบริจาคกลับมีเพียงล้านกว่าบาท จนมีบางเพจตั้งข้อสังเกตว่า ยอดเงินบริจาคอาจมีถึง 50 ล้านบาท ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าว ฌอนมีทั้งบ้านใหม่และรถหรู

ในกรณีเงินบริจาคที่รายการช่องส่องผีได้รับมาจากประชาชน เพื่อทำบุญยกช่อฟ้า ล้านบาท แต่ใบอนุโมทนาบัตรได้ออกมาในชื่อนายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ  (บ๊วย หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ  ทางเจ้าตัวออกมาชี้แจงว่า ได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญทางภาษีและทราบว่าเป็นเรื่องปกติที่ใช้ชื่อบุคคล พร้อมทั้งยืนยันว่า จะไปลงชื่อและระบุว่า จะไม่นำใบอนุโมทนาบัตรที่ทำบุญกับวัด ล้านบาท ไปใช้ลดหย่อนภาษี

เช่นเดียวกับเงินบริจาคเมย์เดย์-เมย์เดย์  จำนวน 7.2 ล้านบาทของคณะก้าวหน้า ที่ได้มาจากการจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ “MAYDAY MAYDAY เราช่วยกัน” ที่โดนกล่าวหาว่า มีข้อพิรุธและความไม่โปร่งใส  ผู้ขอรับเงินบางคนอาจเป็นอวตาร ที่ไม่สามารถแสดงตัวตนได้ แทนที่คณะก้าวหน้าจะโต้ตอบโดยแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ กลับข่มขู่ว่า จะดำเนินคดีทางกฎหมายในข้อหาหมิ่นประมาทกับผู้กล่าวหา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนเป็นจำนวนมากรู้สึกว่า ออกตัวแรงไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอรับบริจาค คือ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 การขอ
อนุญาตทำการเรี่ยไรในที่สาธารณะ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง หรือด้วยเครื่องเปล่งเสียง ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนกำหนดวิธีการที่จะทำการเรี่ยไร จำนวนเงินที่ต้องการเรี่ยไร และสถานที่ทำการเรี่ยไร   ผู้ที่ได้รับอนุญาตต้อง กำหนดระยะเวลาเริ่มต้นของการเรี่ยไรและระยะเวลาสิ้นสุดไว้อย่างชัดเจน ในการขออนุญาตทำการเรี่ยไร  หากการเรี่ยไรซึ่งอ้างว่าเพื่อประโยชน์แก่ราชการ  เทศบาล หรือสาธารณประโยชน์ จะจัดมีได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 200 บาท หรือจำคุกไม่เกิน เดือนหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการขอรับบริจาค มีการหลอกลวง หรือมีเจตนาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือมาตรา 343 ในเรื่องฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน แล้วแต่กรณี รวมไปถึงมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรค โทษจำคุกไม่เกิน ปี ปรับไม่เกิน แสนบาท

หากผู้ขอรับบริจาคมีความบริสุทธิ์ใจในการนำเงินไปทำตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้ง   ควรเปิดบัญชีใหม่  เพื่อรับบริจาคโดยเฉพาะ  ไม่ควรนำบัญชีส่วนตัวของตนเองที่มีอยู่ก่อนแล้วมารับบริจาค เพื่อที่เงินบริจาคจะได้ไม่ปะปนกับเงินส่วนตัวของผู้ขอรับบริจาค  

ผู้ขอรับบริจาคต้องเเสดงให้เห็นถึงการนำเงินบริจาคให้องค์กรการกุศล สมาคม   มูลนิธิ แห่งใดว่า ได้รับเงินบริจาคจริง ได้นำเงินที่ได้รับบริจาค ไปส่งมอบหรือทำกิจกรรม เต็มจำนวนยอดเงินหรือแต่เพียงบางส่วน รวมทั้งดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝากจะจัดการอย่างไร เพื่อที่จะ
ได้เป็นระบบ  และย่อมเป็นการดีที่ผู้บริจาค จะขอตรวจสอบด้วย

กรมสรรพกรควรแสดงบทบาทตรวจสอบยอดเงินบริจาค เรียกตรวจเงินรับบริจาคที่ถือเป็นรายได้ และเอกสารต่างๆ  ความจริงจะได้ปรากฏ


นอกจากนี้ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 เป็นกฎหมายที่ใช้มาเป็นเวลานานแล้ว ในยุคที่ร่างกฎหมายขณะนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ท โซเชียลเน็ตเวิร์ค

จึงสมควรแก่เวลา ที่จะมีการนำเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเรี่ยไรและรับบริจาค เพื่อให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

จำนวนการอ่าน 29 ครั้ง