สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

การบินไทย กับ ฟื้นฟู และ ล้ม(ละลาย)

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 22 พฤษภาคม 2563

ดร. รุจิระ บุนนาค

22 พฤษภาคม 2563


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (Thai Airways International PCL) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ พฤษภาคม พ.ศ. 2503 เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินธุรกิจการบินพาณิชย์ ในฐานะสายการบินแห่งชาติของประเทศไทย

เมื่อปีพ.ศ. 2560 การบินไทยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากองค์การอนามัยโลก ว่าด้วยสุขอนามัยบนเครื่องบิน ทั้งนี้ การบินไทยเป็นสายการบินแรกที่ได้รับรางวัลนี้ จากการนำมาตรการป้องกันการเกิดโรคซาร์สมาใช้อย่างต่อเนื่อง ในปีพ.ศ. 2561 ได้รับรางวัลชั้นประหยัดที่ดีที่สุดในโลก (World's Best Economy Class) ในปีพ.ศ. 2562 การบินไทยติดอันดับ 10 ของสายการบินดีที่สุดในโลกประจำปี พ.ศ. 2562 (World's Best Airline 2018)  นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลอีกมากมาย ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม การบินไทย ประสบภาวะขาดทุนเรื่อยมา จนมีหนี้สินมากถึง 244,000 กว่า ล้าน บาท

การบินไทย มีหนี้สินมากกว่าทุน  21 เท่า  มีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาออกเป็น ฝ่าย   ฝ่ายแรกต้องการให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้ หรือค้ำประกันเงินกู้ในวงเงิน หมื่นล้านบาท แต่มีผู้ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการใช้ภาษีของประชาชน  ฝ่ายที่สอง กระทรวงคมนาคมเห็นว่า  ควรเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ
ในที่สุด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้ตกลงให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)ทำแผนเพื่อยื่นขอฟื้นฟูกิจการ อันเป็นกระบวนการทางกฎหมาย ที่จะช่วยลดอุปสรรคและข้อจำกัดในการปรับปรุงโครงสร้างกิจการ และหนี้ของลูกหนี้ที่อยู่ในสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ภายใต้พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ต่อศาลล้มละลายกลาง กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการกำหนดไว้ในพ.ร.บ. ล้มละลาย ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบด้วย

กรณีดังกล่าว บางคนเข้าใจว่า การยื่นขอฟื้นฟูกิจการ คือ การยื่นขอล้มละลาย ซึ่งที่จริงแล้ว หากล้มละลาย  จะไม่มีการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการแต่อย่างใด

               การล้มละลาย หมายถึง การมีหนี้สินล้นพ้นตัว จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทำให้เจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย    กรณีบุคคลธรรมดามีหนี้สินเกิน ล้านบาท และกรณีนิติบุคคลมีหนี้สินเกิน ล้านบาท ซึ่งจะนำไปสู่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และคำพิพากษาให้ล้มละลาย

               การล้มละลายเป็นการมุ่งสู่กระบวนการค้นหา และรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ เพื่อนำมาแบ่งให้กับเจ้าหนี้ โดยการยึดหรืออายัด และนำมาขายทอดตลาด ในขณะที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จะเข้ามาทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้  การเป็นบุคคลล้มละลายทำให้ไม่สามารถทำนิติกรรม สัญญา ใดๆ ได้ทั้งสิ้น   รวมถึงธุรกรรมการเงินต่างๆ  เช่น เปิดบัญชีธนาคาร หากบริษัทตกอยู่ในภาวะล้มละลาย จะไม่สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ และในที่สุดจะต้องเลิกกิจการบริษัท

               การจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เป็นกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน  ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้สามารถร้องขอต่อศาลล้มละลายกลางว่า ลูกหนี้มีหนี้สินตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป  มีเหตุอันสมควร และมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ และศาลยังไม่ได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือสั่งให้เลิกนิติบุคคล    ทางด้านเจ้าหนี้ จะได้รับชำระหนี้มากกว่าการไปฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย (ที่มุ่งเน้นไปที่การยึด อายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือการชำระบัญชีเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้)  หากการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ประสบผลสำเร็จ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะตัวลูกหนี้ ที่ทั้งสามารถแก้ไขปัญหาทางการเงินและดำเนินกิจการต่อไปได้ ยิ่งหากเป็นขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงาน หรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก

การฟื้นฟูกิจการถือเป็นการรักษาให้กิจการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ  เพราะผู้ยื่นขอให้มีการฟื้นฟูกิจการ มีความประสงค์ให้กิจการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งรับคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้  จะเกิดสภาวะการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) ลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองจากการถูกฟ้องร้องบังคับคดีในทางแพ่ง ถือได้ว่าเป็นเรื่องดี เพราะลูกหนี้ยังคงมีทรัพย์สินที่ใช้ประกอบกิจการต่อไปได้  ทั้งตัวลูกหนี้จะถูกห้ามไม่ให้ชำระหนี้ หรือก่อหนี้และกระทำการใดๆในทางที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน เว้นแต่การดำเนินการที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจตามปกติ  สภาวะการพักชำระหนี้ เป็นการให้โอกาส และระยะเวลาช่วงหนึ่งให้แก่ลูกหนี้ในการพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาของกิจการ การเจรจากับบรรดาเจ้าหนี้ โดยไม่ต้องห่วงกังวลว่าจะถูกเจ้าหนี้ฟ้อง

หากการบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลาย บรรดาเจ้าหนี้ต้องให้ความเห็นชอบต่อแผนการฟื้นฟูกิจการที่นำเสนอมา ซึ่งน่าจะเป็นผลดีที่จะเป็นโอกาสยกเลิก บรรดาค่าใช้จ่ายอันไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดรายได้ อีกทั้งยังสร้างภาระให้แก่การบินไทย

ได้มีการเสนอให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นแผนฟื้นฟู Chapter 11 ตามกฎหมายล้มละลายของประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อศาลล้มละลายสหรัฐอเมริกาด้วย นอกเหนือไปจากการฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลายไทย เนื่องจากมีเจ้าหนี้ต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัท สหรัฐอเมริกาถึงร้อยละ 49  ตามหลักแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของกฎหมายสหรัฐอเมริกา จะไม่สามารถบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของ บริษัทการบินไทย ในประเทศไทยได้ แต่กิจการการบิน เครื่องบินถือเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของการบินไทย ที่ต้องบินไปทั่วโลก ดังนั้น หากไม่โอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของเจ้าหนี้ต่างประเทศ หากเจ้าหนี้ต่างประเทศฟ้องคดีการบินไทยในศาลต่างประเทศหรือศาลสหรัฐอเมริกา เมื่อเครื่องบินของการบินไทยเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาหรืออีกหลายประเทศอาจถูกยึดได้  และจะมีปัญหาในการประกอบธุรกิจในที่สุด

หากพิจารณาอีกด้านหนึ่งของการล้มละลาย ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ล้มละลาย หนี้จำนวน 100 บาท ในบางคดีเจ้าหนี้จะมีโอกาสได้รับเงินเพียงแค่ 5-20 บาท เท่านั้น

ส่วนในกรณีการขอฟื้นฟูกิจการ จะเป็นกรณีที่ลูกหนี้นำเสนอว่า เจ้าหนี้จะมีโอกาสได้รับเงินมากกว่าที่จะปล่อยให้ลูกหนี้ล้มละลาย ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีหนี้ 100 บาท ในบางคดี เจ้าหนี้อาจได้รับคืนเพียง 20-30 บาท และต้องรอให้ลูกหนี้ผ่อนชำระ

นอกจากนี้ หากบริษัทการบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ พนักงานการบินไทยต้องเจ็บปวด อาจถูกเลิกจ้างถึง 10,000 คน อาจถูกตัดอัตราเงินเดือน เงินค่าล่วงเวลา และเงินพิเศษอื่นๆ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย

แม้ว่าการฟื้นฟูกิจการของการบินไทย อาจฟังแล้วดูดี เหมือนตอบโจทย์ แต่ต้องแลกกับความเจ็บปวดของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนคนไทยด้วย

จำนวนการอ่าน 149 ครั้ง