สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ประกันโควิด-19

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 3 เมษายน 2563

ดร. รุจิระ บุนนาค

3 เมษายน 2563


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

แม้ทุกประเทศทั่วโลกต่างมีมาตรการที่จะป้องกันไม่ให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19
เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)   การปิดประเทศ  กำหนดเวลาเข้า-ออกจากบ้าน  สั่งปิดสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจาย  ปิดเส้นทางการบินบางเส้นทาง แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดมีคนติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก เป็นจำนวนเกือบ 9.5 แสน คน ตายเป็นจำนวนเกือบ หมื่น ราย รักษาหายเป็นจำนวนเกือบ แสน คน ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนเกือบ พัน คน รักษาหายเป็นจำนวนเกือบ 600 คน ตายเป็นจำนวนกว่า 10 ราย

บางคนอาจทำประกันสุขภาพแบบจ่ายค่ารักษาพยาบาล หากติดเชื้อโควิด- 19 สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้ บางคนอาจใช้สิทธิประกันสังคม ในขณะที่บางคนใช้สิทธิบัตรทอง

หลักประกันสุขภาพดังกล่าวอาจยังไม่พอ เมื่อมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลากหลายค่ายบริษัทประกัน ได้ออกแผน "ประกันโควิด-19"  ความคุ้มครองของบริษัทแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่ซื้อ บางบริษัทมีค่าชดเชยการขาดรายได้รายวัน   บางบริษัทไม่จำกัดเฉพาะคนสัญชาติไทย  เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ที่นับวันมีแต่จะเลวร้ายขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแต่ละวันแตะหลักร้อย หลายบริษัทได้ยุติการขายแผนโควิด-19 เพราะเล็งเห็นว่า ยอดผู้เอาประกันจะพุ่งขึ้นสูงจนถึงเพดานความเสี่ยง  บางบริษัทที่ยังขายแผนโควิด-19 ต่างได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยส่วนมากมีการปรับเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ผลประโยชน์ไม่ได้ดีเหมือนตอนแรกที่มีการขายแผนโควิด–19

แผน “เจอ จ่าย จบ”  จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก เพราะเบี้ยไม่แพง บางคนได้ซื้อแผนนี้ ไว้กับหลายบริษัท   เบี้ยประกันรวมกันไม่กี่พัน แต่ได้รับความคุ้มครองรวมกันหลายแสนบาท กรณีที่เจอเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าระยะใด

การซื้อประกันโควิด-19 แบบจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน  เช่น  พบเชื้อจ่ายทันที
50,000 บาท  ถือเป็นประกันชีวิต ไม่ใช่ประกันวินาศภัย ถือหลักชดใช้หรือจ่ายเงิน ตามจำนวนเงินที่ตกลง ดังนั้นหากผู้เอาประกันทำไว้กี่บริษัท จะได้รับเงินทั้งหมดทุกบริษัทที่ทำไว้

ในขณะที่บางคนซื้อประกันโควิด-19 แบบได้รับความคุ้มครองจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง แต่มีวงเงินจำกัดค่ารักษาพยาบาลสูงสุดไว้

การทำประกันโควิด-19 ถึงสามารถแยกได้เป็น กรณี ดังนี้

กรณีแรก เป็นประกันสุขภาพแบบจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง แต่อาจมีวงเงินที่จำกัดไว้

ถือเป็นการประกันวินาศภัย เพราะประกันสุขภาพ เป็นประกันวินาศภัยชนิดหนึ่ง

เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องถือตามหลักประกันวินาศภัย คือชดใช้ค่าเสียหายตามความเป็นจริง

ดังนั้น กรณีนี้หากผู้เอาประกันได้ทำประกัน สุขภาพโควิด-19 ไว้กับหลายบริษัท เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้รับการชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริงเท่านั้น จะไม่มีโอกาสได้กำไรจากการทำประกันสุขภาพแต่อย่างใด

หากผู้เอาประกันทำประกันไว้กับหลายบริษัท จะเป็นกรณีที่บริษัทประกันร่วมกันรับผิดตามความเป็นจริง

ถ้าทำประกันกับหลายบริษัทในวันเดียวกัน ถือว่าทำพร้อมกัน บริษัทเหล่านั้นจะรับผิดชอบร่วมกันเป็นสัดส่วน

ถ้าทำประกันกับหลายบริษัทคนละวันกัน ถือว่าทำแบบสืบเนื่องเป็นลำดับกัน บริษัทที่รับทำประกันก่อน จะต้องรับผิดก่อน หากไม่พอค่าใช้จ่าย บริษัทที่รับทำประกันทีหลังจึงจะรับผิดชอบใช้ส่วนที่ยังขาด

กรณีที่สอง เป็นประกันสุขภาพ แบบการจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนเมื่อติดไวรัสโควิด-19 เช่น จ่ายทันที 50,000 บาท เป็นจำนวนเงินที่แน่นอน

กรณีนี้ ถือเป็นประกันชีวิต ไม่ใช่ประกันวินาศภัย ถือหลักชดใช้หรือจ่ายเงิน ตามจำนวนเงินที่ตกลง ดังนั้นหากผู้เอาประกันทำประกันไว้กี่บริษัท จะได้รับเงินทั้งหมดทุกบริษัท

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือสองกรณีดังกล่าวแล้ว มีปัจจัยอื่นต้องนำมาพิจารณาด้วย เช่น

หลักเรื่องความสุจริต หากผู้เอาประกันทำให้ตัวเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยสมัครใจเพียงเพื่อหวังได้รับเงินประกัน ถือว่า ทุจริต บริษัทประกันไม่ต้องชดใช้เงิน

หากบริษัทประกัน ได้กำหนดเงื่อนไขจำกัดความรับผิด ในกรณีที่ทำประกันไว้แล้วและไม่แจ้งให้บริษัทประกันทราบ ในกรณีที่ทำประกันเพิ่มอีกด้วยเหตุเดียวกันว่า ถ้ามีเหตุการณ์เช่นนี้ บริษัทประกันไม่รับผิด บริษัทประกันสามารถกำหนดเป็นเงื่อนไขได้ แต่ต้องแจ้งให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้เอาประกันทราบอย่างชัดเจนก่อนทำประกัน

หลักในเรื่องการเปิดเผยความจริง ที่ผู้เอาประกันไม่เปิดเผยว่าได้ทำประกันสุขภาพโควิด-19 ก่อนหน้านี้แล้ว หากบริษัทประกัน จะอ้างเหตุนี้ เพื่อให้สัญญาประกันเป็นโมฆียะ และเลิกสัญญา บริษัทประกันต้องนำสืบให้เห็นว่า การปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเหตุให้บริษัทประกันอาจเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ทำสัญญา หากบริษัทประกันพิสูจน์ไม่ได้ จะอ้างเหตุเลิกสัญญาไม่ได้

หลักในเรื่องประกันโควิด-19 จึงเหมือนกับหลักในเรื่องการทำสัญญาทั่วไป ที่ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต และความถูกต้องชอบธรรม เป็นสำคัญ

จำนวนการอ่าน 359 ครั้ง