สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

การถอดถอน ประธานาธิบดี ทรัมป์

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 23 ธันวาคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

23 ธันวาคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ดอนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนปัจจุบัน ได้ตกเป็นข่าว ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาได้ลงมติในญัตติที่จะดำเนินการถอดถอน Impeachment ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

ดอนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 45 วัย 73 ปี ในอดีต เป็นพิธีกรโทรทัศน์ นักแสดงรับเชิญนักธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านอื่นๆอีกหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ก่อนที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

ก่อนหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา จะได้ลงมติในญัตติ ที่จะดำเนินการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ 

ในเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2560 หลังจากที่ทรัมป์ได้รับเลือก เป็นประธานาธิบดีเพียงไม่กี่เดือน ได้มีนักการเมือง และบุคคลหลายฝ่ายเรียกร้องให้ดำเนินการ ถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

ในกรณีที่ ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่า ใช้อำนาจหน้าที่กดดัน เจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ FBI ให้ระงับการสอบสวน ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคง ผู้ซึ่งได้ลาออกไปจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา แต่ในที่สุดไม่ได้มีการดำเนินการเพื่อถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในเรื่องนี้


ประเด็นที่ทรัมป์ ถูกดำเนินการเพื่อเพิกถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีล่าสุด มีที่มาจากกรณีที่ ทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถูกกล่าวหาว่า ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ขอให้ประธานาธิบดียูเครน ตรวจสอบ โจ โบเด้น อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ ฮันเตอร์ โบเด้น บุตรชาย ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทพลังงานในยูเครน และเป็นคู่แข่งทางการเมืองของทรัมป์

นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาว่า ได้ระงับความช่วยเหลือทางทหารเป็นมูลค่าถึง 391 ล้าน ดอลล่าร์ เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดียูเครนดำเนินการสอบสวนดังกล่าว

ในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา พรรคเดโมแครต คุมเสียงข้างมากในสภานี้ จึงได้ลงมติให้ดำเนินการถอดถอนทรัมป์ จากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถึง ญัตติ

ญัตติแรก เป็นเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิด คะแนนให้ถอดถอน 270 เสียง ต่อ 197 เสียง

ญัตติที่สอง เป็นเรื่องการขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา คะแนนให้ถอดถอน 229 เสียง ต่อ 198 เสียง

จากกรณีการลงมติดังกล่าว ประธานาธิปดีทรัมป์ ได้ส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการให้แก่ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยประท้วงว่า การดำเนินการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นความพยายามทำรัฐประหารโดยผิดกฎหมาย

การดำเนินการเพื่อถอดถอนประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา มีบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญของ สหรัฐอเมริกา ที่กำหนดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้มีอำนาจออกเสียงลงมติในญัตติให้ถอดถอน ซึ่งก่อนการลงมติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทำหน้าที่เป็นอัยการเพื่อซักถาม ประธานาธิบดี เพื่อให้ได้ความจริง ประธานาธิบดีมีสิทธิ์แต่งตั้งทนายความเพื่อแก้ต่างและสู้คดีได้

หลังจากนั้นญัตติดังกล่าวจะถูกส่งไปยังวุฒิสภา โดยประธานศาลฎีกา จะปฎิบัติหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมในการประชุมของวุฒิสภาในญัตตินี้

ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา วุฒิสมาชิกมีจำนวน 100 คน จาก 50 รัฐ (รัฐละ คน) มติของวุฒิสมาชิกที่จะเพิกถอนประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาได้ ต้องลงมติถึง ใน หรือเท่ากับ 67 เสียง

การถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะในวุฒิสภา พรรครีพับลิกัน ของประธานาธิบดีทรัมป์ มีเสียงข้างมากอยู่

ในอดีตที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินการ ถอดถอนประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาออกจากตำแหน่ง แต่ไม่เคยถอดถอนได้เลยแม้แต่คนเดียว

เมื่อพ.ศ. 2411 ค.ศ. 1868 ประธานาธิบดี แอนดรูว์ จอห์นสัน ได้ถูกยื่นญัตติให้ถอดถอน ออกจากตำแหน่ง จากการที่ได้สั่งปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเกิดขึ้น ในช่วงที่มีความขัดแย้งในเรื่องสีผิว ต่อมาได้ถูกตัดสินว่า ไม่มีความผิด

พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976 ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ได้ถูกยื่นญัตติให้ถอดถอน ออกจากตำแหน่ง จากการที่พัวพันในคดีบุกรุกสำนักงานใหญ่ของพรรคเดโมเครต ที่อาคารวอเตอร์เกต และปกปิดอำพรางการ กระทำดังกล่าว จนเป็นที่มาของ คดีวอเตอร์เกต อันโด่งดัง

แต่ประธานาธิบดี นิกสัน ได้ชิงลาออกจากตำแหน่งเสียก่อน ที่กระบวนการถอดถอนจะเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นที่คาดหมายกันว่า หากไม่ลาออกเสียก่อน มีความเป็นไปได้สูงที่ ประธานาธิบดีนิกสัน ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

พ.ศ. 2541 ค.ศ. 1998 ประธานาธิบดี บิล คลินตัน ได้ถูก ยื่นญัตติให้ถอดถอน ออกจาก ตำแหน่ง ในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า ให้การเท็จเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศกับนักศึกษาฝึกงานที่ทำเนียบขาว

ในครั้งนั้น ฮิลลารี คลินตัน สตรีหมายเลขหนึ่ง ได้ยืนหยัดเคียงข้างประธานาธิบดี บิล คลินตัน อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคง ด้วยความเชื่อมั่นในตัวสามี ซึ่งอาจต้องซ่อนความขมขื่นไว้ภายใน จนชนะใจชาวโลก ต่อมาเธอได้เป็นผู้สมัครประธานาธิบดี และพ่ายแพ้ต่อประธานาธิบดีทรัมป์ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แม้ว่าเธอได้ชนะด้วยคะแนนเสียงเลือกตั้งจากประชาชน Popular Vote ก็ตาม

ในที่สุดประธานาธิบดีคลินตัน ได้รับการตัดสินว่า ไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งมีผู้วิจารณ์ว่า ส่วนหนึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารในช่วงนั้นที่เศรษฐกิจดี

การถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่า วุฒิสมาชิกมีบทบาทสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง

หากเปรียบเทียบกับประเทศไทย นับว่ามีความแตกต่างกันมาก เพราะรัฐธรรมนูนแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ฉบับปัจจุบัน บัญญัติให้ วุฒิสมาชิกมีอำนาจออกเสียงลงคะแนนแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้

นับว่า เป็นเรื่องที่กลับด้านกัน แต่วุฒิสมาชิกมีความสำคัญ ไม่แพ้กัน

จะแตกต่างกันอีกประเด็นหนึ่งตรงที่ว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกา มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่วุฒิสมาชิกประเทศไทยมาจากการแต่งตั้งของผู้มีอำนาจบริหารรัฐ

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่วุฒิสมาชิกประเทศไทย มีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้

จำนวนการอ่าน 345 ครั้ง