สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

กระทงลิขสิทธิ์

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 11 พฤศจิกายน 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

11 พฤศจิกายน 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

การดำเนินคดีจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ในคดีอาญา เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นในประเทศไทยมานานแล้ว

แต่ที่เป็นข่าวใหญ่ และอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก ล่าสุดเป็น กรณีที่ เด็กหญิงอายุ 15 ปี ทำกระทง ข้าวโพดกรอบขาย เพื่อหาเงินเป็นรายได้เสริม และค่าเล่าเรียน เลยถูกจับกลุ่มใน ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เหตุเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา

เด็กหญิงคนนี้ได้โฆษณาขายกระทงข้าวโพดกรอบในเฟซบุ๊ค เป็นการขาย เทศกาล ที่ใกล้วันลอยกระทงซึ่งจะมีขึ้นภายในไม่กี่วันนี้

การขายกระทงของเธอ เป็นการทำกระทงขึ้นตามคำสั่งของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะสั่งที่เป็น รูปดอกไม้

เหตุที่เกิดขึ้น ได้มีลูกค้า ติดต่อเข้ามา ผ่านทางเฟซบุ๊ค สั่งให้เธอทำกระทงจำนวน 136 ชิ้น โดยให้ติดรูปการ์ตูนดังที่มีชื่อเสียง เช่น แมวกาฟิวด์ หมีรีลัคคุมะ โดยจ่ายค่ามัดจำเป็นเงินจำนวนเพียง 200 บาท

เธอสู้อุตส่าห์ อดตาหลับขับตานอน ทำกระทงเพื่อส่งให้ลูกค้าตั้งแต่เช้าเวลา 8.00 น. ถึง 01.30 น. ของอีกวันรุ่งขึ้น เพื่อส่งให้ทันตามคำสั่งของลูกค้า

เธอได้นำกระทงจำนวน 30 ชิ้น ไปส่งให้ลูกค้าที่ประตูชุมพลบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เมื่อลูกค้ามาถึงได้แสดงตัวเป็น ตัวแทนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ที่ล่อซื้อจับกุม และส่งตัวเธอไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมา

หลังจากนั้นได้มีตัวแทนลิขสิทธิ์อีกหลายคน เข้ามาแสดงตัว เพื่อเร่งรัด ในลักษณะข่มขู่ เพื่อ ให้เธอรับสารภาพ และให้เธอโทรศัพท์หาแม่ เพื่อให้หาเงินมาเสียค่าปรับเป็นจำนวน 50,000-400,000 บาท

แม่ของเด็กหญิงไม่มีเงินเป็นจำนวนมากขนาดนั้น อีกทั้งยังมี ภาระอีกมากมาย เนื่องจากใกล้คลอดบุตรอีกคนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่

บรรดาตัวแทนลิขสิทธิ์ ได้ยินยอมลดค่าปรับ หรือที่เรียกว่าค่าเสียหายลงเหลือเพียง 10,000 บาท แต่แม่ของเด็ก ยังไม่สามารถชำระเงินให้ได้

เด็กหญิงจึงยอมที่จะให้ ตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินคดีต่อไป และเธอยอมติดคุก ผลสุดท้ายตัวแทนเอกสิทธิ์ได้ยอมลดจำนวนเงินลงเหลือเพียง 5,000 บาท

ด้วยความความรักลูก แม่ของเด็กหญิงสามารถ กู้ยืมเงินมาช่วยเหลือลูกจนได้ เด็กหญิงจึงรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี

กรณีที่เกิดขึ้น ลูกค้ารายนี้ที่เป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ ได้สั่งให้เธอทำ กระทงเป็น รูปการ์ตูนลิขสิทธิ์ เป็นเหตุให้ถูกล่อซื้อ และถูกจับกุม

ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นในสื่อมวลชน และโซเชียลอย่างมากมายต่อเนื่อง ในตอนแรก บริษัทที่ได้รับลิขสิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้า ได้แถลงว่า ไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้ใดจับกุมผู้ละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์ในกรณีนี้ ต่อมาได้มีบริษัทอีกแห่งหนึ่ง อ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ในการ ปราบปราม และคนที่อ้างตัวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ เป็นพนักงานของบริษัท

ดังนั้นในเรื่องการมอบอำนาจจากผู้มีลิขสิทธิ์ จึงถือว่าถูกต้อง สามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

แต่ในการดำเนินคดีกับเยาวชนในคดีอาญา จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติศาลครอบครัวและเยาวชน และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ในการสอบปากคำให้การเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จะต้องเป็นการสอบสหวิชาชีพ ที่มีพนักงานสอบสวน อัยการ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ที่ปรึกษากฎหมาย และบุคคลที่เยาวชนร้องขอ ร่วมอยู่ตอนสอบสวนด้วย

ในกรณีนี้ไม่ได้ดำเนินการสอบสหวิชาชีพ แต่ตัวแทนลิขสิทธิ์หลายคน ให้รุมล้อม รุกเร้า เร่งรัด เจรจากับเด็กหญิงอายุ 15 ปี ทำให้เธอไม่มีทางเลือก และอยู่ในภาวะที่ตื่นตระหนกและตกใจกลัว เป็นอย่างมาก

ในการล่อซื้อ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ตามความเป็นจริงแล้ว เป็นการล่อ หรือ หลอกล่อ ให้กระทำความผิด เพราะเป็นการสั่งให้เด็กหญิงทำกระทงที่ละเมิดลิขสิทธิ์รูปการ์ตูน

เมื่อเด็กหญิงทำตามคำสั่งของตัวแทนลิขสิทธิ์ จะถือว่าเด็กหญิงละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้ เพราะตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่ถือเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย

หากผู้ที่อ้างตัวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ ไม่ได้รับมอบอำนาจมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย คนที่สั่งให้เด็กหญิงทำกระทง แล้วดำเนินคดี เข้าจับกุมและเจรจา ถือได้ว่าเป็นผู้กระทำผิดกฏหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์เสียเอง และยังกระทำผิดกฎหมายอีกหลายข้อหา

การเจรจาเพื่อเรียกร้องเงิน ที่เป็นค่าปรับหรือค่าเสียหาย โดยมีที่มาไม่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรก ถือได้ว่าเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ที่ข่มขู่ให้ผู้อื่น กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่ตนจะได้รับประโยชน์หรือทรัพย์ จากผู้ที่ข่มขู่

ต่อมาตัวแทนลิขสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า มีสิทธิ์และอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งที่เป็นผู้กระทำผิด กฎหมายเสียเอง

ตัวแทนได้อ้างว่า เด็กหญิงได้โฆษณาในเฟซบุ๊คว่า รับทำกระทง และมีภาพโฆษณาเป็นภาพการ์ตูนลิขสิทธิ์ ถือได้ว่า ละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว

หากกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ตัวแทนลิขสิทธิ์ ควรที่จะดำเนินคดี แจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เด็กหญิงได้ละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งแต่ทีแรกแล้ว แต่กลับไม่ดำเนินการ
การล่อซื้อของตัวแทนลิขสิทธิ์ การล่อ หรือหลอกล่อให้กระทำความผิด ละเมิดลิขสิทธิ์ จึงไม่ถือว่า ตัวแทนลิขสิทธิ์เป็นผู้เสียหาย จึงไม่ผิดกฎหมาย และนับว่าแตกต่างจากการล่อซื้อใน กรณีอื่นๆ เช่น การล่อซื้อ ยาเสพติด เพราะยาเสพติดถือว่าผิดกฎหมายในทุกกรณี แต่ในเรื่องลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่สามารถ เจรจาประนีประนอมยอมความกันได้ จึงแตกต่างกัน

การดำเนินการของตัวแทนลิขสิทธิ์ เป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้ เพราะเด็กหญิง หารายได้ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน และจุนเจือครอบครัว และกลับถูกข่มขู่เรียกร้อง เป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจ

หลังจากที่เกิดเหตุเด็กหญิงนี้ ได้ปรากฏว่า กรณีอื่นที่คล้ายกัน เกิดขึ้นกว่า 20 ราย ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

ที่ผ่านมา ในอดีตก่อนหน้านี้ มีทั้งกรณีที่ลูกค้าสั่งทำเค้กที่เป็นรูปการ์ตูนลิขสิทธิ์ เมื่อส่งมอบของให้ลูกค้า ถูกลูกค้าจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

ล่าสุดบริษัทญี่ปุ่นได้แถลงว่า กระทงของเด็กหญิง 15 ปีนี้ ไม่มีลักษณะเหมือนการ์ตูนหมี รีลัคคุมะ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่า การดำเนินการของตัวแทนลิขสิทธิ์นั้นกล่าว ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และอาจตกเป็นฝ่ายถูกดำเนินคดีกลับ

กรณีนี้เป็นเหตุให้ ผู้ใหญ่ระดับรัฐมนตรีให้ความสนใจ หน่วยงานต่างๆ หันมาทำความตกลงร่วมกันว่า จะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร

ที่สำคัญคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญ ในกรณีที่ตัวแทนลิขสิทธิ์ แจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีเป็นที่เดือดร้อนและเสียหายกับคนอื่น

กรณีที่เกิดขึ้น แม้ว่าเริ่มต้นอาจดูเหมือนเป็นเรื่องสะเทือนใจ และไม่ถูกต้อง แต่ยังมีข้อดีที่เป็นจุดเริ่มต้น ให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญและหาทางแก้ปัญหาในการดำเนินการที่ไม่เหมาะ

จำนวนการอ่าน 18 ครั้ง