สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

หวยบนดิน

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 5 กรกฎาคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

5 กรกฎาคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

Lotto หรือ หวยบนดิน เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานาน ซึ่งหมายถึง การที่รัฐบาลโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะขายหวยหรือออกฉลากเลข ตัวหรือ ตัว และเปิดโอกาสให้ประชาชนเสี่ยงโชคหรือเลือกซื้อหมายเลขเอง และซื้อผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

หวยบนดินได้กลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2562 ที่เปิดโอกาสให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลออกสลากเลข ตัว, ตัว, สลากออนไลน์ และสลากผ่านคอมพิวเตอร์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่งวดวันที่ มิถุนายน พ.ศ. 2562

ตามกฎหมายใหม่นี้ เงินรางวัลที่หนึ่งที่ไม่มีคนถูก จะทบไปในงวดถัดไปไม่เกินหนึ่งงวด หากยังไม่มีผู้ถูกรางวัล เงินรางวัลนี้จะถูกส่งเข้าคลัง

หากมีผู้ถูกรางวัลหลายคน จะนำเงินมารวมกันแล้วหาร เพื่อหาค่าเฉลี่ยและแบ่งกัน

หลักเกณฑ์นี้ แตกต่างจากในต่างประเทศ เพราะในหลายประเทศ เงินรางวัลที่ไม่ถูก จะทบต่อไปเรื่อยๆในงวดถัดไป จนกว่าจะมีผู้ถูกรางวัล ทำให้ผู้ถูกรางวัลรายหลัง มีโอกาสรับไว้รางวัลเป็นจำนวนที่สูงมาก หรือเป็นจำนวนที่มหาศาล

นอกจากนี้กฎหมายใหม่ยังเพิ่มโทษ กรณีที่ขายสลากเกินราคา ขายสลากในสถานศึกษา และขายสลากให้แก่บุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปี มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

กฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ ก่อนวันที่ศาลจะมีคำพิพากษาคดีหวยบนดิน ที่ตัดสินลงโทษนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงไม่กี่วัน

ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ มิถุนายน พ.ศ. 2562 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โจทก์ นาย ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ว่า จำเลยมีความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดย มิชอบ ด้วยการดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย ตัว และ ตัว (หวยบนดิน) ตั้งแต่งวดวันที่ สิงหาคม พ.ศ. 2546 ถึงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยมิชอบ

กรณีตามคดีดังกล่าว นับว่าแตกต่างจากรัฐบาลปัจจุบัน เพราะรัฐบาลยุคนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกหวยบนดิน โดยไม่มีกฎหมายรองรับ และยังขืนดำเนินการต่อไป ทั้งที่ถูกทักท้วงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการประพฤติมิชอบ

ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบัน ในแก้กฎหมายซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนดำเนินการ จึงถือว่าไม่ผิดกฎหมาย นับว่าเป็นการศึกษาจากข้อผิดพลาดในอดีต

สลากกินแบ่งรัฐบาล ถือว่าเป็นแหล่งรายได้หลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาล

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พ.ศ. 2558 มีกำไร 3,524 ล้าน บาท นำส่งให้รัฐบาล 15,432 ล้าน บาท พ.ศ. 2559 มีกำไร 5,188 ล้าน บาท นำส่งให้รัฐบาล 25,919 ล้าน บาท พ.ศ. 2560 มีกำไร 6,450 ล้าน บาท นำส่งให้รัฐบาล 30,947 ล้าน บาท พ.ศ. 2561 มีกำไร 7,657 ล้าน บาท นำส่งให้รัฐบาล 40,850 ล้าน บาท

สัดส่วนของรายได้จากการขายฉลาก แบ่งออกเป็น 60% จ่ายค่าเงินรางวัล 23% รายได้เข้ารัฐ 17% ค่าบริหารจัดการ

เดิมจะต้องกันเงินไว้ 3% ส่งเข้ากองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อพัฒนาสังคม แต่ตามกฎหมายใหม่ได้ยกเลิกเงินส่วนนี้แล้ว

การที่รัฐบาลมีแนวความคิดพี่จะออกหวยบนดิน อาจเป็นเพราะไม่สามารถปราบหวยใต้ดินได้ ทั้งที่หวยใต้ดินเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และ แย่งรายได้จากรัฐบาล รัฐบาลจึงเป็นเจ้ามือหวยบนดินหรือ Lotto เสียเอง

เมื่อพิจารณาดูแล้ว อาจเห็นเป็นตรรกะที่ดูแปลก แม้จะยอมรับความจริงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบเสี่ยงโชค และชอบซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล

เมื่อจะมีหวยบนดิน ข่าวต่างๆที่นำเสนอ จะออกมาในลักษณะที่ว่า ผู้ที่โชคดีอาจถูกรางวัลเป็นจำนวนสูงถึง 100 ล้านบาท

แต่ในความเป็นจริง เมื่อหวยมีแค่เลข ตัว, ตัว เท่านั้น โอกาสที่จะถูกรางวัลมีมากขึ้นถึง ใน 100 หรือ ใน 1,000 ในขณะที่โอกาสถูกรางวัลที่หนึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบเดิม มีไม่ถึง 0.0001 %

หากมีผู้ถูกรางวัลหลายคนตามแบบใหม่ ยังต้องมาหารเฉลี่ยกัน รวมแล้วรางวัลใหม่อาจไม่ถึง 6,000,000 บาท ตามรางวัลที่หนึ่งแบบเดิม แต่ประเด็นนี้กลับไม่มีใครนึกถึง

นอกจากนี้แล้ว หากยกเลิกสลากกินแบ่งแบบปัจจุบัน และขายผ่านออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์แทน ผู้ที่ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ หรือผู้ที่มีรายได้น้อย และมีรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน จะหมดทางทำมาหากิน ทั้งที่อาจมี ยี่ปั้ว ซาปั้ว ที่มีผลประโยชน์มากกว่าอยู่ข้างหลัง ก็ตาม

แต่ผู้ที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ ยังอาศัยรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นรายได้สำคัญ

หากรัฐบาลจะเปลี่ยนจากฉลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นหวยบนดิน ที่ขายออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ควรจะพิจารณาหางานและรายได้ให้กับผู้ด้อยโอกาส เสียก่อน จึงค่อยคิดทำเรื่องนี้

ในต่างประเทศหลายประเทศ โรงงานผลิตสินค้าหลายแห่ง สายการผลิตบางอย่างของโรงงาน เจ้าของโรงงานยังอนุรักษ์ใช้วิธีการผลิตแบบเดิม ที่ใช้คนงาน เป็นจำนวนมาก เครื่องจักรไม่ทันสมัย ทั้งที่เจ้าของโรงงานสามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรทันสมัย และใช้กำลังคนน้อยกว่าได้ แต่ที่ไม่ยอมเปลี่ยนเพราะยังต้องการให้ผู้ด้อยโอกาส ยังมีโอกาสทำงาน และมีรายได้

การที่รัฐมีรายได้เพิ่ม น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรทิ้งใครอยู่เบื้องหลัง

จำนวนการอ่าน 45 ครั้ง