สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

กัญชากับการรักษาโรค

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 24 มิถุนายน 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

24 มิถุนายน 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

กระแสการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคในสังคมไทย ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ส่วนหนึ่งอาจมองเห็นประโยชน์ว่า น่าจะเป็นโอกาสที่จะนำมาใช้รักษาโรค ในหลายๆโรคได้ อีกทั้งตำรับแพทย์แผนไทยแต่โบราณ ได้กล่าวถึงกัญชาว่าอยู่ในสูตรของยารักษาโรคมาเป็นเวลาอันยาวนาน

นอกจากนี้ยังมองว่า อาจสร้างโอกาสให้กับประชาชนทั่วไป ที่จะปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อเสริมรายได้ ในยามที่เศรษฐกิจโดยทั่วไปประชาชนทั้งหลายยังรู้สึกว่า สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงยังไม่ดี

ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งผ่านพ้นมา พรรคการเมืองบางพรรคยังชูนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนปลูกกัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งนับว่าเป็นนโยบายหาเสียงที่ประสบความสำเร็จพอสมควร

กระแสเรื่องกัญชาในสังคมไทย นับว่าแรงมาก ถึงขนาดที่ทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบและแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่ง คสช. เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562 ยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรที่มีสารสกัดจากกัญชา หรือมีสารสกัดจากกัญชาเป็นองค์ประกอบทั้งหมด ตามที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

           เป็นเหตุให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ยกเลิกคำขอ คำขอ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธคำขอไปแล้ว คำขอ และผู้ที่ยื่นจดในละทิ้งคำขอไป คำขอ ทำให้คำขอทั้งหมด 13 คำขอพ้นออกไป สารระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด


ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว กำหนดให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ทำให้สามารถผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ รักษาผู้ป่วย หรือศึกษาวิจัยและพัฒนาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการก่อน

แม้กัญชาจะสามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้แล้ว แต่ยังมีความพยายามจากผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่จะให้ปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติดโดยถาวร เพื่อให้คนทั่วไปสามารถปลูกและใช้กัญชาได้

จากการนำตัวอย่างยาเสพติดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ยึดไว้เป็นของกลาง และนำมาทดลองเพื่อใช้ในการแพทย์ ยังพบว่ามีสารปนเปื้อนที่เป็นโลหะหนักและที่เป็นสารอันตรายอยู่มากมาย ไม่สามารถนำมาใช้สกัดเพื่อใช้ทางการแพทย์ได้อย่างจริงจัง

ดังนั้นการที่มีผู้คาดหวังว่า จะสามารถปลูกกัญชาเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจ และนำมาใช้ทางการแพทย์ อาจห่างไกลความเป็นจริง เพราะการปลูกกัญชาเพื่อใช้ในการแพทย์ให้ได้ผลจริงจัง ต้องทำในแปลงปิด และอยู่ในความควบคุมอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้แล้ว การนำกัญชามาใช้เพื่อรักษาโรค ยังนับว่าเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างสูง

กระแสการนำกัญชามารักษาโรค ทำให้บุคคลทั่วไปมีความ เข้าใจว่า กัญชามีคุณสมบัติพิเศษที่รักษาโรคได้เกือบทุกโรค ราวกับครอบจักรวาล

            บางโรคเมื่อใช้กัญชาอาจได้ผลดีจริง แต่ยังมีอีกหลายโรคที่ยังต้องรอการทดลองวิจัยค้นคว้า และตรวจสอบ โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ จึงจะสามารถยืนยันผลได้

ผศ. นายแพทย์ ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็น ในลักษณะที่ว่า สมาคมและสถาบันทางการแพทย์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้กัญชาในทางการแพทย์ อาทิ เช่น สมาคมแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ว่า มีโรคเพียงไม่กี่โรคเท่านั้น ที่ได้รับการวิจัยพิสูจน์แล้วว่า ใช้กัญชาช่วยในการรักษาได้ การนำกัญชาไปรักษาโรคใดๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการวิจัยตามมาตรฐานสากล

สถาบันที่รวมกุมารแพทย์ ได้ออกรายงานระบุว่า กัญชาส่งผลเสียต่อเด็กและเยาวชน ทั้งร่างกาย จิตใจ และความจำ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมองในเด็ก

สมาคมจิตแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ว่า ไม่มีหลักฐานวิชาการว่า กัญชามีประโยชน์ในการรักษา โรคทางจิตเวชใดๆ แต่การใช้กัญชากลับมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคจิตเวช เป็นต้น

การศึกษาและวิจัยเรื่องกัญชา จึงควรทำกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ผลแน่นอน และชัดเจนว่า กัญชาเหมาะสมที่จะใช้รักษาโรคใดได้บ้าง แม้จะต้องใช้เวลาและใช้ทุนทรัพย์พอสมควร

การดำเนินการด้วยความเร่งรีบ เพื่อให้กัญชาเป็นที่ยอมรับ และใช้เป็นยาครอบจักรวาล อาจเป็นผลเสียมากกว่า แม้จะมีเจตนาดีก็ตาม

จำนวนการอ่าน 57 ครั้ง