สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

สงครามกาแฟ

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 10 มิถุนายน 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

10 มิถุนายน 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ข่าวธุรกิจที่ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการกาแฟ Starbucks ในประเทศไทย นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่พูด และวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งเมืองหรือที่ เรียกกันว่า Talk of the Town

Starbucks เริ่มเข้ามาทำธุรกิจกาแฟในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปีพ.ศ. 2541 ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในประเทศไทย 372 สาขา นับว่าเป็นผู้นำด้านธุรกิจกาแฟในประเทศไทยในขณะนี้

จากข้อมูลของเนสท์เล่ ปัจจุบันธุรกิจกาแฟในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 47,000 ล้าน บาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจกาแฟจากต่างประเทศมูลค่า 26,000 ล้าน บาท ธุรกิจกาแฟในประเทศมูลค่า 21,000 ล้าน บาท ในขณะที่ธุรกิจกาแฟจากต่างประเทศเติบโตปีละ ซึ่งเป็นสองเท่าของธุรกิจกาแฟในประเทศ

การเข้าซื้อ Starbucks ในประเทศไทย ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับธุรกิจกาแฟ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การซื้อขายดังกล่าว ต่อไปธุรกิจกาแฟ Starbucks ในประเทศไทยจะดำเนินงานโดย Coffee Concepts Thailand บริษัทนี้เป็นบริษัท ร่วมทุนระหว่าง Maxim’s Carterers กับ F&N Retail Connection ซึ่งมี Thaibev บริษัทของเจ้าสัวเจริญถือหุ้นของทั้งสองบริษัทอยู่อีกทอดหนึ่ง

แม้ธุรกิจกาแฟ Starbucks จะถือเป็นผู้นำหรือ ธุรกิจกาแฟอันดับหนึ่งระดับโลก แต่วันนี้ได้ถูกเขย่าบัลลังก์ด้วย ธุรกิจกาแฟน้องใหม่ ที่เป็นธุรกิจเริ่มต้นใหม่หรือสตาร์ทอัพ Start Up ของจีนที่ชื่อ Luckin Coffee 

            เฉพาะในประเทศจีนเอง Starbucks มีสาขาอยู่ 3,600 แห่ง ส่วน Luckin Coffee มีสาขาอยู่ 2,000 สาขา และจะเพิ่มใหม่อีก 2,500 สาขา รวมเป็น 4,500 สาขา

นอกจากนี้ Luckin Coffee กำลังระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในสหรัฐอเมริกา โดยตั้งเป้าถึง 300 ล้าน ดอลล่าร์ หรือประมาณ 9,500 ล้าน บาท โดยที่ผู้บริหารของ Luckin Coffee ประกาศว่า จะขยายงาน และธุรกิจ โดยไม่คำนึงถึงผลกำไร เพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน ซึ่งหมายถึง Starbucks นั่นเอง

ย้อนหลังไปเมื่อช่วงปีพ.ศ. 2540 ประเทศไทยมีธุรกิจกาแฟสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า บ้านไร่กาแฟ ตั้งอยู่ในสถานีน้ำมัน ปตท. ในช่วงนั้นเป็นร้านกาแฟอันดับสองของประเทศไทย จะเป็นรองเพียงแค่ร้านกาแฟ Starbucks โดยมีสาขานับ 100 สาขา แต่ในปีพ.ศ. 2561 มีอยู่แค่ประมาณ 60 สาขา โดยไม่ได้ตั้งอยู่ในสถานีน้ำมัน

จุดเริ่มต้นของร้าน บ้านไร่กาแฟ เพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิต หรือ ไลฟ์สไตล์ (Life Style) ของผู้บริโภค และคนเดินทาง

ในปีพ.ศ. 2541 บ้านไร่กาแฟเริ่มมีปัญหากับ ปตท. จึงย้ายไปเปิด สาขาในสถานีน้ำมัน Jet ซึ่งถือเป็นยุคทองของบ้านไร่กาแฟ มี นับ 100 สาขา แต่ละปีมียอดขายไม่ต่ำกว่า 140 ล้าน บาท

ต่อมา ปตท. ได้ซื้อกิจการสถานีน้ำมัน Jet แล้วไม่ต่อสัญญาให้บ้านไร่กาแฟ แต่ ปตท. กลับทำร้านกาแฟในสถานีน้ำมันเองชื่อ Amazon ซึ่งขณะนี้มีสาขาอยู่สถานีน้ำมันประมาณ 1,579 สาขา นอกสถานีน้ำมัน 682 สาขา และสาขาต่างประเทศ อีกประมาณ 140 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย

จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจร้านกาแฟแข่งกันดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ในอนาคตอันใกล้ เจ้าสัวเจริญ อาจสนใจซื้อธุรกิจกาแฟทั้ง Amazon และ Luckin Coffee ก็อาจเป็นไปได้

จำนวนการอ่าน 126 ครั้ง