สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ทะเลสีดำ

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 7 มิถุนายน 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

7 มิถุนายน 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีชายทะเลที่สวยงาม จนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  ไม่ว่าจะเป็นเกาะภูเก็ต  เกาะสิมิลัน เกาะเต่า หัวหิน เกาะช้าง หรือที่จากกรุงเทพฯเดินทางไม่ไกล คนส่วนมากจะคิดถึงบางแสน พัทยา 

การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดที่ติดทะเลของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้จังหวัดมีราย
ได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร  ทำให้ประชาชนในพื้นที่ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีอาชีพ และมีรายได้

ทะเลเป็นสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยม ที่สามารถทำสันทนาการต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นอาบแดด ว่ายน้ำ ดำน้ำดูปะการัง นอนอาบแดด เล่นวอลเล่ย์บอลชาดหาด  แต่หากไปถึงทะเลกลับต้องพบกับป้ายห้ามเล่นน้ำ หรือทะเลสีดำ มีกลิ่นเหม็น นักท่องเที่ยวคงต้องรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก

หาดจอมเทียน จัดได้ว่าเป็นหาดทราย ที่สวยงามทอดตัวเป็นแนวยาว อยู่ห่างจากพัทยาใต้ 
กิโลเมตร แต่เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 สีน้ำทะเลที่เคยเป็นสีฟ้าครามแสนสวยงาม มีกลิ่นของความเป็นทะเล กลับกลายเป็นน้ำเน่าเสียสีดำเป็นวงกว้าง เต็มไปด้วยเศษขยะ ส่งกลิ่นเน่าเหม็นฟุ้งกระจายทั่วทั้งชายหาด สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จนไม่มีใครกล้าลงเล่นน้ำ เกรงว่าไม่ปลอดภัย เพราะอาจมีสารพิษ ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ต่างพากันย้ายที่พักจากบริเวณดังกล่าว เนื่องจากทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว ทำให้ผู้ประกอบการบริเวณนั้น ต้องสูญเสียรายได้

สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้ส่งต่อหรือแชร์คลิป ที่แสดงให้เห็นถึงการปล่อยน้ำเสียลงทะเล  อันเป็นสาเหตุทำให้น้ำทะเลกลายเป็นสีดำ  ในคลิปยังบอกรายละเอียดว่า จุดที่ปล่อย คือ ท่อระบายน้ำเสียภายในซอยนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความมักง่ายเป็นอย่างมาก  

ยิ่งเมื่อทางอำเภอสัตหีบได้ออกมาเตือน ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตลอดแนวชายหาด 
เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อโรค  หรืออาจได้รับอันตรายจากน้ำเสีย ยิ่งสร้างความหวาดผวาและวิตกกังวลให้นักท่องเที่ยวและผู้คนพื้นที่ 
           
ผู้ใหญ่บ้านนาจอมเทียนหมู่ พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อม
รายงานให้นายอำเภอสัตหีบทราบ จนที่สุดได้พบกับสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำดำส่งกลิ่นเน่าเหม็น 

เมื่อได้ทราบสาเหตุที่แท้จริง  ยิ่งทำให้ผู้คนต่างรู้สึกสับสนและเสียความรู้สึก  เพราะปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว  เนื่องจากโครงการระบบรวบรวม และบำบัดน้ำเสีย (ส่วนขยาย) ค่าก่อสร้าง 124,860,000 บาท ถูกปล่อยทิ้งร้างให้อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งๆที่อยู่ในระยะการรับประกัน แต่กลับถูกปล่อยให้วัชพืชขึ้นรกร้าง แสดงให้เห็นถึงการขาดการดูแล เทศบาลตำบลนาจอมเทียนไม่มีบ่อบำบัดน้ำเสียกลางให้ผู้ประกอบการใช้ร่วมกัน  น้ำเน่าสีดำที่ทะลักลงทะเลเกิดจากน้ำทิ้งที่ถูกปล่อยมาจากบ้านเรือน และสถานประกอบการที่ตกค้างอยู่ในท่อระบายน้ำที่ไม่ได้ระบายออก หรือส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัด 

เหตุการณ์นี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ผู้คนส่วนหนึ่งคิดว่า  คงเป็นเพราะมีการส่งต่อหรือแชร์ในโลกออนไลน์ ทั้งสื่อต่างๆได้นำมาตีข่าว ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องรีบออกมาช่วยกันหาสาเหตุ  พยายามร่วมมือกัน เพื่อหาทางแก้ไขให้ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาวให้ลุล่วง ทำความสะอาดบริเวณชายหาด  มีการเตือนไม่ให้เล่นน้ำ   

มีการเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจ  การดำเนินการให้บริษัทที่เกี่ยวข้องเข้ามาซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ระยะเวลารับประกัน จะหมดลงในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2562 การส่งน้ำเสียจากโรงแรม ที่พัก และชุมชนต่างๆ ไปบำบัดที่เมืองพัทยา ซึ่งพื้นที่ของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน มีปริมาณน้ำเสียประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระบบบำบัดของเมืองพัทยา สามารถรองรับน้ำเสียได้ 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งจะเร่งรัดการเชื่อมต่อระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลเมืองพัทยา เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 

เรื่องทำนองนี้มิควรจะเกิดขึ้น และใช่ว่าจะเกิดเป็นครั้งแรก หน่วยงานไม่ว่าทั้งภาคเอกชนและราชการจำนวนไม่น้อยที่ไม่ใช้วิธีการ “กันไว้ดีกว่าแก้” ไม่ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา รอจนปัญหาเกิดขึ้นและค่อยตามแก้ หรือเดินตามปัญหา ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและเงินจำนวนมาก  

ขออัญเชิญพระราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่คนไทย เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ที่สามารถใช้เป็นแนวปฏิบัติได้เป็นอย่างดียิ่ง

“…การทำงานทุกอย่าง ย่อมต้องมีปัญหาข้อขัดข้องเกิดขึ้นบ้าง เป็นเรื่องปรกติธรรมดา แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะต้องรีบปฏิบัติแก้ไข ไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดความเสียหายแก่งานได้ ผู้ปฏิบัติบริหารงานจึงต้องเอาใจใส่ติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด จักได้ทราบถึงปัญหาสาเหตุที่เกิดขึ้นและปฏิบัติแก้ไขได้ถูกต้องทันท่วงที...”

จำนวนการอ่าน 60 ครั้ง