สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

พรรค การเมือง กับ เงินกู้

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 24 พฤษภาคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

24 พฤษภาคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้บรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แห่งประเทศไทย (FCCT) ว่า ได้ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินเพื่อดำเนินกิจการของพรรคเป็นเงินจำนวน 110 ล้านบาท

ในประเด็นเรื่องพรรคกู้เงิน นายธนาธรนี้ นางสาว พรรณณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า พรรคอนาคตใหม่ ได้กู้ยืมเงินจากนายธนาธรเป็นจำนวน 250 ล้าน บาท โดยมีสัญญาและเสียดอกเบี้ยอย่างชัดเจน

จึงมีคำถามว่า จำนวนเงินกู้ที่แท้จริงเป็นจำนวนเท่าไหร่แน่ ต่อมาโฆษกพรรคอนาคตใหม่ได้ชี้แจงว่า เดิมมีการกู้ยืมเงิน จำนวน 90 ล้าน บาท และกู้เงินเพิ่มอีก 20 ล้าน บาท รวมเป็นเงินจำนวน 110 ล้าน บาท ส่วนที่กล่าวถึงเงินจำนวน 250 ล้าน บาท เป็นวงเงินสูงสุดที่นายธนาธรจะให้พรรคกู้ยืมเงิน

การที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงเกิดคำถามในสังคมว่า พรรคการเมืองจะสามารถกู้ยืมเงินจากบุคคลใด เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานของพรรคได้หรือไม่

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 62 บัญญัติไว้ว่า

พรรคการเมืองอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (1) เงินทุนประเดิมตามมาตรา วรรคสอง (2) เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ตามที่กำหนดในข้อบังคับ (3) เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง (4) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง (5) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค (6) เงินอุดหนุนจากกองทุน (7) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง

ตามกฎหมายนี้ ไม่ปรากฏว่า รายได้ของพรรคการเมืองจะมาจากการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

เมื่อเป็นคดีความ การตีความกฎหมายจากลายลักษณ์อักษรจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ในหลายๆกรณี ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำที่เป็นข้อพิพาท สามารถกระทำได้เพราะกฎหมายอนุญาตให้ทำได้

ในขณะที่อีกหลายๆกรณี ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำที่เป็นข้อพิพาท สามารถกระทำได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้

จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หลักในการพิจารณาเป็นอย่างไร กรณีดังกล่าวจะสังเกตได้ว่า หากกฎหมายกำหนดแจกแจงรายละเอียดไว้ว่า กรณีใดที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ หากมีการกระทำที่นอกเหนือจากที่กฎหมายระบุไว้ จะถือว่าเป็นการกระทำ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่สามารถกระทำได้นั่นเอง

ล่าสุดในประเด็นเรื่องพรรคการเมืองกู้ยืมเงิน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แสดงความเห็นว่า ไม่สามารถกระทำได้ เพราะกฎหมายไม่อนุญาตไว้

นอกจากนี้ใน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาตรา 66 ยังได้ระบุไว้ว่า บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกิน 10 ล้าน บาท ต่อพรรคการเมืองต่อปี มิได้ และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปีละ ล้าน บาท ต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไป หลังจากบริจาคแล้ว พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินวรรคหนึ่งมิได้

เจตนารมณ์ดังกล่าวของกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่บริจาคหรือให้เงินแก่พรรคการเมืองหนึ่งพรรคใด มีอำนาจเหนือหรือมีอิทธิพลต่อพรรคการเมืองนั้น ในการดำเนินงานหรือทำกิจกรรม ทางการเมืองใดๆ

จึงได้มีคำถามต่อมาว่า นายธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่ กู้เงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินส่วนตัว หรือเงินบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นจำนวนถึง 110 ล้าน บาทนั้น เป็นการให้กู้ยืมเงินจริงๆ หรือไม่ หรือ เป็นการ บริจาคเงินหรือให้เงินแก่พรรค แบบให้เปล่า แต่ทำเป็นสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งถือว่าเป็นนิติกรรมอำพรางกันแน่

หากเป็นการให้กู้ยืมเงินกันจริง ย่อมมีคำถามตามมาอีกว่า พรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคนี้ ใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้งอย่างไร เป็นค่าอะไร ทำไมถึงเป็นจำนวนมากขนาดนี้ และเป็นจำนวนเงินมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ทั้งที่ตามกฎหมาย พรรคการเมืองต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 35 ล้าน บาทเท่านั้น และผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาแทนราษฎรต้องใช้เงินหาเสียงไม่เกิน 1.5 ล้าน บาท

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างไม่กระพริบตาว่า จะเป็นการไร้เดียงสาทางการเมือง หรือนิติกรรมอำพราง กันแน่ และผลจะเป็นอย่างไรในอนาคต

จำนวนการอ่าน 26 ครั้ง