สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

สีสันประชาธิปไตย

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 29 มีนาคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

29 มีนาคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 นับว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้ที่เกี่ยวข้องคาดว่า อาจมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงถึงร้อยละ 80

สาเหตุสำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะประชาชน ได้ว่างเว้นจากการเลือกตั้ง มาเป็นเวลานานถึง ปีเศษ นับจากที่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แม้ก่อนหน้านี้จะได้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกายุบสภากำหนดเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพราะ ไม่สามารถเลือกตั้งให้แล้วเสร็จทั่วประเทศได้ภายในวันเดียวกัน จึงไม่ถือว่าประเทศไทยมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยชอบเมื่อปีพ.ศ. 2557

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า มีสถิติที่น่าสนใจหลายประการ อาทิเช่น มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งมากถึง 60 กว่าพรรค มีผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากถึง 48 คน ทั้งที่ชื่อพรรคการเมืองและชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นชื่อที่คนทั่วไปคุ้นเคยไม่ถึง 10 ชื่อ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง เป็นจำนวนสูงถึง 51.7 ล้านคนโดยถือว่า ต้องเกิดก่อนวันที่ มกราคมพ.ศ. 2544

ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อยู่ในอายุระหว่าง 18 ถึง 26 ปีมีสูงถึง 8.3 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 16.05 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด

มีข้อน่าสังเกตว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดหลักการไว้ว่า ให้คะแนนที่ผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทุกคะแนน ไม่สูญเปล่าต้องนำมาคำนวณเพื่อเป็นจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด จึงมีพรรคการเมืองใหญ่ บางพรรคแตกหรือแยกออกเป็นพรรคเล็กหลายพรรคเพื่อเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด

นักวิชาการบางคนได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลักการดังกล่าวอาจมีเจตนารมย์เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมากเพียงไม่ กี่พรรค ดังนั้นการที่แตกพรรคการเมืองออกมาเป็นหลายหลายพรรค จึงเป็นการแก้เกมโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้จะเห็นว่า พรรคการเมืองเกิดใหม่หลายพรรค ได้ถูกออกแบบมาไม่ต่างกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เพื่อให้ถูกใจ หรือโดนใจผู้บริโภคหรือผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวที่อายุไม่มาก กลุ่มชาติพันธ์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มที่มีความชอบเป็นการเฉพาะ เพียงเพื่อหวังเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด

การตั้งพรรคการเมืองเพื่อให้ถูกใจคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18 ปีถึง 26 ปีจะได้เห็นภาพชัดมากที่สุดเพราะคนรุ่นใหม่ กลุ่มนี้มีจำนวนถึงร้อยละ 16.05 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง หากพรรคการเมืองใดสามารถเก็บคะแนนจากคนกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด อาจทำให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากถึง 80 กว่าคน

การหาเสียงเลือกตั้งจะเห็นว่าบรรดาพรรคการเมืองต่างๆพยายามเสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ไม่ว่าจะเสนอแจกหรือมอบเงินให้กับประชาชน ที่เกิดใหม่ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้แรงงานในรูปแบบต่างๆ แตกต่างกันไป การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ การให้ปลูกกัญชาเสรี การลดวันทำงานในรอบสัปดาห์ การเพิ่มวันหยุดให้แก่ผู้ใช้แรงงาน ล้วนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ส่วนจะทำได้หรือไม่ว่ากันอีกเรื่อง หรือที่ศัพท์วิชาการเรียกว่า ไปตายกันดาบหน้า

หากเทียบกับเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ในยุคนั้นบรรดาพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายเป็นนามธรรมส่วนใหญ่ ค่อนข้างคุมเครือ และมีสาระเพียงกว้างๆ เช่น จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เมื่อฟังแล้วต้องถือว่าดี แต่ไม่สามารถทราบได้ว่า จะทำอย่างไรกันแน่




การที่บรรดาพรรคการเมืองเสนอนโยบาย ซึ่งล้วนน่าสนใจบางนโยบายอาจดูเหมือนขายฝัน ทำให้เกิดความสงสัยว่า จะทำได้จริงหรือไม่ ครั้นเมื่อได้ มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลประชาชนอาจถามว่า ทำไมไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ อาจได้รับคำตอบว่า ไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเป็นเพียงแค่รัฐบาลผสม จึงต้องนำนโยบายจากหลายพรรคมารวมกัน ไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ทั้งหมด

การที่ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งจึงต้องพิจารณาให้ดี

ในต่างประเทศมีตัวอย่างที่น่าสนใจ อย่างเช่น ประเทศเวเนซุเอลาที่อดีตประธานาธิบดีฮูโก ซาเวซ มีนโยบายหลักเป็นประชานิยมมุ่งเอาใจประชาชนที่ยากจนในหลายๆด้าน ผู้นำคนต่อมาคือประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ยังคงรักษานโยบายประชานิยมไว้เช่นเดิม เช่น การแทรกแซงกลไกตลาดบิดเบือนราคาสินค้าที่แท้จริง เป็นที่ชื่นชอบแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก ในที่สุดประเทศเวเนซุเอลามีสภาพแทบจะล้มละลาย ประชาชนเดือดร้อนมาก เป็นเหตุให้มีผู้อพยพหนีความยากจนจากประเทศเวเนซุเอลาไปประเทศอื่นทุกวัน

แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้หาเสียงไว้ว่า จะสร้างกำแพงขนาดใหญ่กั้นระหว่างประเทศเม็กซิโกกับประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันคนหลบหนีเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความชื่นชอบจากประชาชนชาวอเมริกาเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ปัจจุบันประธานาธิบดีทรัมป์ ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณในการสร้างกำแพง ไม่ได้รับความเห็นชอบงบประมาณจากรัฐสภา จนต้องให้หน่วยงานราชการของสหรัฐเองหยุดงานหรือที่เรียกว่า Shut Downสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ประชาชนชาวอเมริกันผู้มาติดต่อกับราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของหน่วยราชการที่ขาดรายได้ เพราะไม่ได้ไปทำงาน

การที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ตัดสินใจผิดในระบอบประชาธิปไตย โดยเลือกคนผิดและไม่สมควร ประชาชนจะถูกลงโทษ จากการตัดสินใจของตนเอง

การที่ประชาชนถูกลงโทษทางการเมืองนี้ ถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งของประชาธิปไตย



จำนวนการอ่าน 21 ครั้ง