สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ขโมยงานวิจัย

ลงพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ : 26 มีนาคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

26 มีนาคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

การขโมยงานวิจัย หากเกิดขึ้นในประเทศด้อยพัฒนาหรือประเทศที่กำลังพัฒนา อาจเป็นเรื่องที่ไม่ผิดธรรมดามากนัก แต่หากเกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาจนเป็นข่าวระดับโลก นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาและเกินความคาดหมาย

เมื่อต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมิซูรี แคนซัสซิตี้ (The University of Missouri-Kansas City) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นถึงระดับศาสตราจารย์ เป็นจำเลยโดยกล่าวหาว่า อดีตอาจารย์ได้ขโมยงานวิจัยของนักศึกษาแล้วนำไปขายต่อเป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้าน เหรียญ สหรัฐฯ หรือประมาณ 48 ล้าน บาท และยังมีโอกาส จะได้รับเงินค่าสิทธิ์อีกเป็นจำนวนสูงถึง 10 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 320 ล้าน บาท

งานวิจัยนี้เป็นผลงานของ นักศึกษาชื่อ คิชอร์ โคลคาร์ Kishore Cholkar ที่ทำงานวิจัยนี้ขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเมื่อปีพ.ศ. 2553 เป็นยาสำหรับรักษาอาการตาแห้งในผู้สูงอายุโดยใช้นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology)

อดีตอาจารย์ ได้ขโมยงานวิจัยนี้ด้วยความร่วมมือของภรรยาที่ทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการ นำไปพัฒนาต่อยอด บริษัทยาขนาดใหญ่ อย่างน้อย แห่งใช้สิทธิบัตรตัวนี้ในการผลิตยา

ตามหลักเกณฑ์ในการนำงานวิจัยของนักศึกษาไปแสวงหาประโยชน์ นักศึกษาที่เป็นผู้คิดค้นหรือผู้ประดิษฐ์คนแรกจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งในสาม มหาวิทยาลัยจะได้รับส่วนแบ่งสองในสาม

ในกรณีที่เกิดขึ้นอดีตอาจารย์นำงานวิจัยไปแสวงหาประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว โดยนักศึกษาที่เป็นผู้ประดิษฐ์ และมหาวิทยาลัยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆเลย

อดีตอาจารย์ได้อ้างว่า งานในส่วนของนักศึกษาไม่ได้มีผลต่อ สิทธิบัตรยาตัวนี้เลย เป็นเพียงเรื่องเกี่ยวกับตาที่เป็นอวัยวะของร่างกายในเบื้องต้นเท่านั้น ผลงานที่เกิดขึ้น เป็นผลงานของอดีตอาจารย์ที่ได้ศึกษาวิจัยค้นคว้าต่อ

ปัจจุบันนักศึกษาคนนี้ ทำงานที่บริษัทยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับคดีนี้

ก่อนหน้านี้ได้เคยมีคดีความที่เป็นผลงานวิจัยของดร. วีระ บุญจริง แห่งสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งได้ทำโปรแกรม Siri หรือ สิริ ที่เขียนเรื่องดังกล่าวไว้ในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ขณะศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่รับคำสั่งหรือภาษาพูดและสามารถพูดโต้ตอบได้

ต่อมาบริษัท Apple ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลกได้นำโปรแกรมนี้ไปใช้งานโดยพละการ ด้วยการนำไปติดตั้ง ไว้ในโทรศัพท์ iPhone โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อจำหน่ายเป็นการค้าแสวงหากำไร

ดร. วีระและอาจารย์ที่ปรึกษา ในขณะที่ทำวิทยานิพนธ์ จึงได้แต่งตั้งทนายความฟ้องร้องบริษัท Apple เป็นคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ต่อศาลนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา คดีได้ดำเนินมาหลายปี ในที่สุดได้มีการประนีประนอมยอมความ ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นจำนวนประมาณ 25 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 800 กว่า ล้าน บาท

โปรแกรมดังกล่าวในตอนแรกเป็นภาษาอังกฤษ ต่อมาได้พัฒนาเป็นภาษาไทย ภาษาอื่นๆอีกหลายภาษา

สิทธิ์ในงานวิจัยค้นคว้า ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่ง ที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายประเทศไทยหรือกฎหมายในประเทศอื่นๆ

บางครั้งอาจมีรายละเอียดและความสลับซับซ้อน จึงต้องปรึกษาผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และทำงานด้านกฎหมาย ทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์


จำนวนการอ่าน 113 ครั้ง