สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ทรัมป์-อีลอน มัสก์

ลงพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ : 19 มีนาคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

19 มีนาคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์  ได้กล่าวไว้หลายครั้งว่า สหรัฐถูกเอารัดเอาเปรียบจากประเทศคู่ค้ามาโดยตลอด ข้อตกลงการค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นทวิภาคี พหุภาคี ล้วนทำให้ประเทศขาดดุล ทั้งทำให้เกิดการว่างงาน   

เมื่อได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี  ทรัมป์ยังได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีปฏิญาณตนรับ
ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายสุนทรพจน์ ที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศว่า

เราใช้เงินนับล้านล้านดอลลาร์ในต่างประเทศ แต่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศกลับอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่และถดถอย เราช่วยให้ประเทศอื่นร่ำรวยขึ้น ขณะที่ความร่ำรวย ความแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นในประเทศกลับเหือดหายลง โรงงานในประเทศได้ปิดตัวลง งานตามโรงงานกลับถูกส่งไปให้ต่างประเทศทำ  โดยไม่ได้คำนึงถึงคนงานอเมริกันจำนวนนับล้าน ๆ คนที่ถูกทิ้ง

ความมั่งคั่งของชนชั้นกลาง ถูกกระจายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก นับจากวันนี้ อเมริกาจะเป็นที่หนึ่ง และผลประโยชน์ของอเมริกาต้องมาก่อน  ทุกการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า ด้านคนต่างด้าว ด้านการต่างประเทศ  ต้องถูกตัดสินเพื่อผลประโยชน์ของแรงงานอเมริกันและครอบครัวชาวอเมริกัน  เราจะปกป้องเขตแดนของเรา จากการสร้างความเสียหายโดยต่างประเทศ ที่ผลิตสินค้าของเรา ขโมยผลประโยชน์ไปจากบริษัทอเมริกัน และทำลายการจ้างงานในประเทศ

เราจะทำตามกฎง่ายๆ สองข้อ คือ ซื้อของอเมริกัน และจ้างคนอเมริกัน


สุนทรพจน์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ตามความคิดของทรัมป์ การลงทุนในต่างประเทศมีแต่เสียเปรียบ สหรัฐถูกเอารัดเอาเปรียบ ทรัมป์จึงมีนโยบายที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรและการตลาดกับนักธุรกิจ นักลงทุนและนักอุตสาหกรรมชาวอเมริกัน หากนำเงินทุนมาลงในสหรัฐ ในทางกลับกัน หากนักธุรกิจและนักอุตสาหกรรมชาวอเมริกัน นำเงินไปลงทุนสร้างโรงงานและสร้างแรงงานในต่างประเทศ ทรัมป์จะตั้งกำแพงภาษีและกีดกันสินค้า หากส่งกลับเข้ามาขายในตลาดสหรัฐ

เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กกล้าในอัตราร้อยละ 25 และสินค้าอะลูมิเนียมในอัตราร้อยละ 10   ทำให้หลายประเทศ เช่น จีน แคนนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรปตอบโต้โดยการเก็บภาษีเพิ่มกับสินค้าที่มาจากสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเนยถั่ว แคนเบอร์รี่ น้ำส้ม  รถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์ –เดวิดสัน Harley-Davidson) กางเกงยีนส์ลีวายส์ (Levi's jeans)  เหล้าเบอร์เบิน (Bourbon Whiskey)

อีลอน รีฟ มัสก์ (Elon Reeve Musk) หรือที่ตามสื่อเรียกว่า “อีลอน มัสก์”  นักธุรกิจสามสัญชาติ อเมริกัน  แอฟริกัน แคนาดา นอกจากจะเป็นนักธุรกิจ ยังเป็นวิศวกร สถาปนิก และนักประดิษฐ์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารหลายบริษัทที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่ประสบความสำเร็จนำจรวดที่ใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่ได้   บริษัท เทสลามอเตอร์ส (Tesla Motors, Inc.)  ผู้ผลิตรถพลังงานไฟฟ้า (Electric Car EV Car และจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก ทั้งยังผลิตและจำหน่ายส่วนประกอบระบบส่งกำลังของยานพาหนะไฟฟ้า ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนให้แก่บริษัทผลิตรถยนต์ เช่น  เดมเลอร์  โตโยต้า   บริษัทบอริ่ง คอมปานี (Boring Company) ที่มีวิทยาการเรดาร์สำรวจใต้ดินขั้นสูง  และเครื่องมือในการขุดเจาะที่ล้ำสมัย

ช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ทีมหมูป่าอคาเดมี่ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง –ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อีลอน มัสก์ได้มีความคิดที่จะสร้างเรือดำน้ำขนาดจิ๋วชื่อ “หมูป่า (Wild Board)”  ที่ดัดแปลงจากท่อออกซิเจนเหลวของจรวดฟอลคอน ให้มีขนาดเล็กเท่าตัวเด็ก และมีน้ำหนักเบา แม้จะไม่ได้สร้าง แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้อีลอน มัสก์  เป็นที่รู้จักมากขึ้น

นโยบายที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรของทรัมป์ กลับไม่ได้ดึงดูดอีลอน มัสก์ บุคคลที่รวยที่สุดอันดับ 40 ของโลก จากการจัดอันดับของนิตสารฟอบส์ (Forbes) ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562  เพราะเมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2562  สื่อต่างประเทศต่างรายงานข่าว พิธีเปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเทสลา ที่ชื่อว่า “Gigafactory”  ที่มีมูลค่ากว่า พันล้านดอลลาร์ (ราว 64,000 ล้านบาท) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 860,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองเซี่ยงไฮ้  โดยจะผลิต Tesla Model และ Model  งานนี้ยังได้รับเกียรติจากนายอิง หย่ง นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้  เข้าร่วมพิธี

   ทรัมป์จึงไม่พอใจกับข่าวนี้  เพราะได้พยายามจูงใจให้นักลงทุนและบริษัทอเมริกันที่ลงทุนในต่างประเทศ ย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐ เพื่อสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายใต้
นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First)
       
นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจได้ให้ความเห็นว่า  การที่ทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีนักลงทุนชาวอเมริกัน ที่ไปลงทุนสร้างโรงงาน และสร้างงานให้กับต่างประเทศ ที่ส่งสินค้ากลับมาขายในสหรัฐ และจะลดภาษี หากย้ายทุนและโรงงานกลับเข้ามาผลิตในสหรัฐ ย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะแรงงานอเมริกันมีต้นทุนสูงมาก  เมื่อเทียบกับประเทศในทวีปเอเชีย

ในความคิดของทรัมป์ การขาดดุลการค้าเป็นตัวชี้วัดว่า ประเทศอื่นเอาเปรียบสหรัฐ แต่นักเศรษฐศาสตร์กลับอธิบายเรื่องนี้ว่า ดุลการค้าเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Factors)  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเก็บภาษีนำเข้าสูงเท่าไร ทั้งโจเอล นารอฟฟ์ (Joel Naroff) นักเศรษฐศาสตร์แห่งบริษัท Naroff Economic Advisors ที่ปรึกษาด้านการจัดการธุรกิจในรัฐเพนซิลเวเนีย ยังกล่าวว่า การที่สหรัฐขึ้นภาษีสินค้านำเข้า จะส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศสูงขึ้น มากกว่าจะแก้ปัญหาพื้นฐานของการขาดดุลการค้าของสหรัฐ

จีนเป็นตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพเป็นอย่างดียิ่ง อาจเป็นไปได้ว่า อีลอน มัสก์ ต้องการประสิทธิภาพและเทคโนโลยีจากจีน  ทั้งจีนยังต้องการเทคโนโลยีจากรถไฟฟ้าเทลลา ถือว่าเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจึงไม่สนใจนโยบายของทรัมป์  

นโยบายอุตสาหกรรมของจีน ที่เรียกว่า “Made in China 2025” หรือ “ผลิตในจีน 2025” โดยมีเป้าหมายจะสร้างอุตสาหกรรมไฮเทคสำคัญ  เช่น ปัญญาประดิษฐ์ รถยนต์อัตโนมัติ ระบบบล็อกเชน
หุ่นยนต์  

คงต้องติดตามต่อไปว่า ทรัมป์จะรับมือเช่นไร    

จำนวนการอ่าน 43 ครั้ง