สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

สภาดิจิทัลในไทย

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 25 กุมภาพันธ์ 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

25 กุมภาพันธ์ 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ดิจิทัล (Digital) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนในยุคนี้ จนเรียกกันว่า “ยุคดิจิทัล”   เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด เห็นหน้าเวลาพูดคุยกันทางสมาร์ทโฟน  ทั้งยังส่งรูปภาพ ข้อมูลจำนวนมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เพียงมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ไว-ไฟ (Wifi) 

เทคโนโลยีดิจิทัลยังนำมาช่วยในการประกอบธุรกิจต่าง ๆ เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การเงิน การลงทุน การคมนาคม โลจิสติกส์ การสื่อสาร การศึกษา การแพทย์ ที่ล้วนแต่มีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน

อุปกรณ์แบบอะนาล็อก (Analog) สำหรับคนรุ่นวัยกลางคน หรือพวกเจน และวัยผู้สูงอายุ เริ่มมีให้เห็นน้อยลง เพราะถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์แบบดิจิทัล 

อีกไม่นานอุปกรณ์ต่างๆ จะก้าวเข้าสู่ยุค IOT (Internet of Things) ที่นำอินเทอร์เน็ตไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ให้อุปกรณ์นั้นสามารถรับ-ส่งข้อมูล ติดต่อสื่อสารกันเอง โดยที่มนุษย์ไม่ต้องควบคุมในรายละเอียด ตัวอย่างที่มีแล้วในปัจจุบันได้แก่ หุ่นยนต์ที่ใช้ในการผลิตในโรงงานระดับไฮเทค          (Hitec) ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ในอนาคตอันใกล้ IOT จะใช้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้ในชีวิต ประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เครื่องเสียง เครื่องปรับอากาศ  เครื่องไมโครเวฟ ตู้เย็น ระบบควบคุมแสงสว่าง ความชื้น และอุณหภูมิภายในบ้าน จนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เราสามารถควบคุมเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอพลิเคชั่น โดยไม่จำเป็นต้องเดินไปกดสวิตช์เหมือนครั้งอดีตทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายและประหยัดเวลา
 
ประเทศไทยได้ผ่านการพัฒนาในหลายช่วงเวลาและได้แบ่งการพัฒนาออกเป็นช่วงเวลาดังนี้ 

Thailand 1.0 การพัฒนาประเทศบนฐานรายได้ภาคเกษตรกรรมและหัตถกรรมเป็นหลัก ใช้จุดแข็งของประเทศคือทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก แต่ประชากรมีรายได้ค่อนข้างต่ำ
 Thailand 2.0 การพัฒนาประเทศโดยเน้นอุตสาหกรรมเบา เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานราคาถูก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุคอุตสาหกรรม (Industrialization) ยกระดับรายได้ประชากรให้เป็นรายได้ปานกลาง
 
Thailand 3.0 การพัฒนาประเทศโดยใช้อุตสาหกรรมหนักเป็นตัวขับเคลื่อน เร่งรัดการผลิตเพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออก เน้นการลงทุนและการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เศรษฐกิจขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยุคนี้เป็นยุคของโลกาภิวัฒน์ (Globalization)
 
Thailand 4.0 เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้ประกาศ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยโดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy)” เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ
 
ที่ผ่านมาเทคโนโลยีดิจิทัลได้ถูกรวมไว้ภายใต้การทำงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตามความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีดิจิทัลมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากการประกอบธุรกิจหรือบริการทั่วไป จึงเป็นการดีที่จะมีการรวบรวมบรรดาผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อประสานงานกับภาครัฐ ในการผลักดันส่งเสริมงานดิจิทัลให้มีการพัฒนาก้าวไกลอย่างต่อเนื่อง ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคง เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ สนองต่อยุทธศาสตร์ Thailand 4.0  
 
ลำพังแต่ภาครัฐคงไม่สามารถขับเคลื่อนประเทศได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน ดังเช่นหลายประเทศ  ที่มีการรวมตัวของภาคเอกชน จัดตั้งองค์กรกลางที่เรียกว่า “สภาดิจิทัล/องค์กรดิจิทัล” ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล  ซึ่งล้วนแต่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ส่งผลให้ประเทศพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์
 
ประเทศไทยได้มีการผลักดันให้มี “สภาดิจิทัล” กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัล ได้มีนโยบายให้ภาคเอกชนร่วมกันจัดตั้งสภาดิจิทัลแห่งชาติให้มีลักษณะเทียบเคียงกับสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย ปัจจุบันเอกชนทางด้านดิจิทัล ที่ได้มีการรวมตัวไม่ต่ำกว่า 20 องค์กร

องค์กรเหล่านี้ สมควรรวมตัวกัน เพื่อเป็นสภาดิจิทัลแห่งชาติ ทำงานร่วมกันขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงได้ผลักดัน พ.ร.บ.สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย  โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) นำเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ และได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งได้ให้ความเห็นชอบและผ่านเป็นกฎหมายแล้ว
 
สภาดิจิทัล มีการวางกลไกในการทำงานที่แตกต่างไปจากการทำงานของภาครัฐ  เช่น  กระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  
สภาดิจิทัล เป็นการทำงานของภาคเอกชน โดยมีภารกิจหลัก ด้าน คือ (1) ขับเคลื่อนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล (2) สร้างสังคมอย่างมีคุณภาพที่ทั่วถึงและเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (3) ทำงานร่วมกับรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าสู่สังคมดิจิทัล และ (4) พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเรื่องของดิจิทัล
 
แม้การก่อตั้งสภาดิจิทัลจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล และองค์กรทางด้านดิจิทัลของเอกชนต่างๆ แต่ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ว่า การก่อตั้งสภาดิจิทัล อาจเป็นเรื่องที่กลุ่มทุนใหญ่ของประเทศ ต้องการจะครอบงำอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ

การครอบงำโดยกลุ่มทุนใหญ่ จะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีการตรวจสอบภายในและถ่วงดุลอำนาจในสภาดิจิทัล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สมดุล และปราศจากการครอบงำที่ทำให้ไม่เป็นกลาง สภาดิจิทัลยังเปิดโอกาสให้ผู้ทำประโยชน์กับอุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมรายย่อยประเภทต่างๆ เข้าร่วมทำงานกับสภาดิจิทัล โดยสมาชิกสภาดิจิทัลจะมีทั้งผู้ประกอบการด้านดิจิทัลขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และบุคคลต่างๆ ที่สนใจด้านดิจิทัล นับได้ว่า เปิดกว้างอย่างมาก 
การเข้าครอบงำสภาดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้ การดำเนินงานของสภาดิจิทัลจะประกอบด้วย คณะกรรมการคณะต่างๆ ที่มาจากผู้ประกอบกิจการทุกประเภท และผู้ใช้งานทุกประเภท
 
การพัฒนาทางด้านดิจิทัล เป็นสิ่งใหม่ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ทั้งต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง กำลังคน และเงินทุนมหาศาล  การมีกลุ่มธุรกิจใหญ่เข้าร่วม ย่อมเป็นผลดี เพราะมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ที่จะผลักดันให้เกิดสภาดิจิทัลได้ ลำพังเพียงผู้ประกอบการขนาดเล็ก อาจขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำงานอาจเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

ในต่างประเทศ สภาดิจิทัลล้วนแต่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าร่วม เช่น สภาดิจิทัลของสหราชอาณาจักร (UK Digital Economy Council) มีสมาชิกอย่างเช่น Facebook, Microsoft, Google เป็นต้น

องค์กร Digital Europe ที่ทำหน้าที่ในประชาคมยุโรปมีสมาชิกที่ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก เช่น Nokia, Samsung, Motorola, Huawei, Sony, Mitsubishi Electric, Apple, Oracle, Ericsson, Canon ซึ่งล้วนแต่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

หากมีสภาดิจิทัลในไทย ย่อมเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกับประเทศต่างๆ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และอาจนำพาประเทศไทยให้เป็นผู้นำนวัตกรรมดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

จำนวนการอ่าน 16 ครั้ง