สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

นักท่องเที่ยวจีนลด

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 22 กุมภาพันธ์ 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

22 กุมภาพันธ์ 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag


ประเทศไทย ถือเป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศจะต้องเดินทางมาท่องเที่ยวสักครั้งหนึ่งในชีวิต

นักท่องเที่ยว ต่างประเทศบางคนชื่นชอบกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ถึงขนาดเดินทางมาท่องเที่ยวติดต่อกันหลายครั้ง

ในแต่ละปีประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในปีพ.ศ. 2561 ได้ประมาณการว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนถึง 39 ล้านคน ในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นักท่องเที่ยวชาวจีนถือว่า มีจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่น

ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ในปีพ.ศ. 2558 มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 7.9 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย 388,000 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2559 มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 8.7 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย 457,000 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2560 มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 9.8 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย 524,000 ล้านบาท

ในปีพ.ศ. 2561 มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 10.5 ล้านคน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย 561,428 ล้านบาท

ทั้งที่ในปีพ.ศ. 2561 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวจีน ถึงสองเหตุการณ์ในเวลาใกล้เคียงกัน

เมื่อวันที่ กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตประมาณ 40 คน และเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินดอนเมือง ได้ทำร้ายด้วยการตบหน้านักท่องเที่ยวจีน ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดน้อยลงไปกว่าที่ควรจะเป็น โดยประมาณการว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนขาดหายไปประมาณ ล้านคน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปี พ.ศ. 2561 ยังสูงกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ในปี พ.ศ. 2560

หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต และมีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ได้มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลไทยได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนในลักษณะที่ว่า บริษัทท่องเที่ยวที่เป็นเจ้าของเรือที่พานักท่องเที่ยวจีนไปประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตนั้น ความจริงแล้วเจ้าของบริษัทเป็นคนจีนแต่ใช้ชื่อคนไทยเป็นเจ้าของกิจการ และยังนับว่าเป็นความประมาทในการประกอบธุรกิจของคนจีนด้วยกัน

การให้สัมภาษณ์ในลักษณะเช่นนั้น สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดานักท่องเที่ยวจีน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นความจริงอยู่บ้าง แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ไทยและรัฐบาลไทยจะปฏิเสธความรับผิดชอบว่า เกิดจากการประกอบธุรกิจของคนจีนด้วยกัน แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ นับว่าเป็นการแก้ตัวที่ไม่เหมาะสมเพราะอย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลและควบคุมถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ไทยอยู่ดี นอกจากนี้แล้ว ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการนำเรือแล่นออกทะเล ในช่วงเวลาที่มีคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่ไทยโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าสมควรที่จะควบคุมดูแลไม่ให้ออกทะเลจะได้ไม่เกิดอันตราย ไม่ว่าเรือนั้นใครจะเป็นเจ้าของ ก็ตาม

คำชี้แจงหรืออาจดูเหมือนเป็นคำแก้ตัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายไทย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนที่เกี่ยวข้องไม่อาจยอมรับข้อความดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดจำนวนลงและเริ่มมองหาที่หมายในการท่องเที่ยวแห่งใหม่

นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินดอนเมืองได้ทำร้ายด้วยการตบหน้านักท่องเที่ยวจีน แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนอาจปฏิบัติตนไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด มีลักษณะค่อนข้างจะโวยวายเสียงดังไม่อยู่ในความสงบ แต่อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควรจะใช้วิธีการแก้ปัญหาอย่างนุ่มนวลละมุนละม่อมกว่านี้ จริงอยู่แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเป็นผู้ลงมือทำร้ายด้วยการตบหน้านักท่องเที่ยวจีน แต่ต้องถือว่ายังอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บริหารสนามบินและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอยู่ดี เพราะจะต้องรับผิดชอบในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้าทำงาน ฝึกงานสอนงานให้รู้จักรับมือแก้ไขปัญหากับนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงอาจเหมาะกับนักโทษ แต่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน

สาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนลดจำนวนมาเที่ยวประเทศไทยลงยังมีจากเหตุอื่น ที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวจีนได้มาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมากแล้วและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยเหตุนี้อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ที่ไม่ซ้ำกับที่เคยมาเที่ยวแล้ว ซึ่งในภูมิภาคแถบนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่น่าท่องเที่ยว และน่าค้นหาไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียร์ม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เวียดนาม กัมพูชาเป็นต้น

สาเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่คนอาจมองข้ามไป นั่นคือ เศรษฐกิจประเทศจีนเริ่มเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ใกล้แตก ชาวจีนรุ่นใหม่แม้ว่าจะมีความคิดแตกต่างจากคนรุ่นเดิม ที่คนรุ่นเดิมมีความคิดว่า ควรเก็บเงินออมเอาไว้ใช้ในยามแก่เฒ่า และจะเริ่มใช้เงินเมื่อตอนอายุมาก เปลี่ยนเป็นคนรุ่นใหม่ที่หาเงินได้มากและคล่องกว่าเดิม เริ่มใช้เงินเพื่อหาความสะดวกสบายและความสุขใส่ตัวมากขึ้น แทนที่จะเก็บเงินออมไว้เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ยามแก่เฒ่าเหมือนเมื่อก่อน สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปของประเทศจีนจากที่เคยร้อนแรง เริ่มตึงตัว ประชาชนเริ่มระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น การท่องเที่ยวอาจเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และจะต้องคำนึงถึงการใช้เงินเรื่องอื่นที่จำเป็นอันดับแรกก่อน ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา

ถึงกระนั้นก็ตามนักท่องเที่ยวชาวจีนในปีพ.ศ. 2561 มีจำนวนสูงถึง 10.5 ล้านคน มากกว่าในปีพ.ศ. 2560 ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพียง 9.8 ล้านคน

การแก้ไขปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง จากการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปแนวทางหลายประการ อาทิเช่น

ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยเกี่ยวการท่องเที่ยว, สร้างมาตรฐานในการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวในด้านต่างๆรวมทั้งยานพาหนะ ประเภท รถ เรือต่างๆต้องมีคุณภาพ, พิจารณาเปลี่ยนแปลงมาตรการทางด้านวีซ่า ด้วยการยกเว้นวีซ่า เช่นให้ฟรีวีซ่า 3-6 เดือนตามความเหมาะสม หรือให้ดับเบิ้ลวีซ่าด้วยการขอวีซ่าครั้งเดียวและสามารถเข้าออกได้ถึงสองครั้ง รวมทั้งแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวการทำวีซ่า ที่มีการเรียกเก็บเงินโดยไม่มีใบเสร็จ แม้จะเป็นเงินจำนวนเพียงเล็กน้อยก็ตาม

หากประเทศไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจีนได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมากได้อีก




จำนวนการอ่าน 81 ครั้ง