สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 11 กุมภาพันธ์ 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

11 กุมภาพันธ์ 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujaraBunnag

เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ไว้บนกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพื่อให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งต้องจ่ายให้กับผู้เสียหายที่ถูกรถคันที่มีประกันภัยชน มีผลเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ มกราคม 2562 

เมื่อกล่าวถึงค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คนส่วนมากมักจะไม่ทราบ และไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไรกันแน่

ความหมายของคำว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถตามความหมายของ คปภ. ในกรณีนี้จะเป็นกรณีที่ ผู้ที่เป็นเจ้าของรถถูกคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งขับรถที่มีประกันภัยภาคสมัครใจ (กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมี) มาชน โดยผู้ที่เป็นเจ้าของรถคนแรกเป็นฝ่ายถูก และคู่กรณีอีกฝ่ายที่มีประกันภัยเป็นฝ่ายผิด เมื่อผู้ที่เป็นเจ้าของรถคนแรกนำรถของตนเข้าซ่อมตามที่บริษัทประกันภัยของคู่กรณีรับผิด จะเกิดปัญหาไม่มีรถใช้ ต้องเสียค่ารถแท็กซี่ หรือเช่ารถในระหว่างที่ซ่อม สามารถเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้ที่เรียกว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีได้

ตัวอย่าง เช่น รถของนาย ก. ถูกรถของนาย ข.ที่ประกันภัยชั้นหนึ่งชน บริษัทประกันภัยรถของนาย ข.ต้องซ่อมแซมรถของนาย ก. เป็นเวลา วัน ในช่วงเวลาดังกล่าวนาย ก. ต้องใช้รถติดต่องานและทำธุระส่วนตัว เมื่อรถเข้าซ่อมนาย ก.ต้องเสียค่ารถแท็กซี่วันละ 500 บาท เป็นเวลา วัน รวมเป็นเงินจำนวน 3,500 บาท นาย ก.สามารถเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยรถนาย ข.รับผิดชอบจ่ายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้

ปัญหาที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง บริษัทประกันภัยรถนาย ข. มักจะไม่บอกนาย ก.ว่า มีสิทธิได้เงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หากนาย ก. จะได้มักเป็นกรณีที่นาย ก. รู้มาก หรือรู้เอง และทวงถามสิทธินี้จากบริษัทประกันภัย ครั้นเมื่อทวงถามมักจะเกิดการโต้เถียงว่า ต้องซ่อมรถกี่วันกันแน่ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถควรจะเป็นวันละเท่าไรแน่

เพื่อเป็นการอุดช่องว่างและแก้ปัญหา คปภ. จึงได้กำหนดอัตราขั้นต่ำค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถไว้ดังนี้

1. รถยนต์นั่งที่มีที่นั่งไม่เกิน คน (รวมผู้ขับขี่) อัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท

2. รถยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีที่นั่งไม่เกิน คน (รวมผู้ขับขี่) อัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท

3. รถยนต์นั่งที่มีที่นั่งเกิน คน (รวมผู้ขับขี่) อัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท

หมายเหตุ รถประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามข้อ 1-3 เช่น รถจักรยานยนต์ ให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง และการตกลงกันได้ โดยพิจารณาหลักฐานเป็นกรณีไป

การที่ คปภ. กำหนดอัตราขั้นต่ำค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถไว้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด และถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีของ ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ.

อย่างไรก็ตาม อัตราขั้นต่ำค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่ คปภ. กำหนด ไม่รวมถึงกรณีที่ผู้ใช้รถคันที่เกิดอุบัติเหตุกับรถที่มีประกันโดยที่ตนเป็นฝ่ายผิด (รถคันที่มีประกันเป็นฝ่ายถูก) และกรณีที่รถที่เกิดอุบัติเหตุกันมีเพียงประกันภาคบังคับ หรือประกันตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่มุ่งคุ้มครองการบาดเจ็บ หรือตายเท่านั้น ไม่ได้คุ้มครองทรัพย์สิน

การกำหนดอัตราขั้นต่ำของค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ยังจะเป็นฐานในการคำนวณเงินในส่วนนี้จากผู้ที่ต้องรับผิดในกรณีที่บริษัทประกันภัยไม่ได้รับผิดอีก

จะเป็นการดีอย่างยิ่ง เมื่อ คปภ. ได้กำหนดอัตราขั้นต่ำค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถแล้ว จะได้กำหนดมาตราการเร่งรัดที่ใช้ในบริษัทประกันภัยชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถด้วยความรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายในกรณีอื่นๆอีกด้วย

หากในอนาคต คปภ.จะส่งเสริมให้การทำประกันภัยรถ มีการชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถในหลายๆ กรณีมากขึ้น และชดใช้ผู้เสียหายให้อย่างเป็นธรรม น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะทุกวันนี้ถือว่า รถเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นปัจจัยที่ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน

นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป




 

จำนวนการอ่าน 133 ครั้ง