สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

เมืองฝุ่น

ลงพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ : 5 กุมภาพันธ์ 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

5 กุมภาพันธ์ 2562


Facebook: Rujira Bunnag

Twitter: @RujiraBunnag

ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ฝุ่นขนาด PM 2.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร และบางจังหวัดเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของทั้งภาคเอกชน และรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่อง ความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชน

ฝุ่นขนาด PM 2.5 หมายถึง ฝุ่นขนาดเล็กถึง 2.5 ไมโครกรัม เล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางเส้นผมของคน อาจเป็นอันตรายได้

ได้มีผู้รู้และนักวิชาการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อต่างๆ และทางโซเชียลมีเดียมากมาย บางครั้งความเห็นแตกต่างกันมาก จนประชาชนที่ติดตามเกิดความสับสนในการระวังรักษาสุขภาพ

อาทิเช่น ฝุ่นที่เกิดจากบรรดาสุภาพสตรีแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางตอนเช้ามีขนาดเล็กกว่า      PM 2.5, ฝุ่นที่เกิดจากการทำอาหารในครัวด้วยการผัดทอด มีขนาดเล็กกว่า PM 2.5 เช่นกัน ทั้งที่มีโอกาสได้รับฝุ่นเหล่านั้นแทบทุกวัน แต่ไม่เกิดอันตราย เพราะได้แต่ละครั้งเป็นช่วงสั้นๆ ไม่ได้รับติดต่อกันตลอดเวลา

รวมทั้งที่มีผู้ให้ความเห็นว่า  ฝุ่น PM 2.5 แม้อาจจะมีอันตราย แต่กระบวนการทางธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะระบบหายใจสามารถกำจัด และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง โดยจะขับออกมาเป็นเสมหะและอุจจาระ

ในขณะที่ทางการแพทย์บางส่วนได้ออกมาเตือนว่า เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และบางคนที่อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูง

ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้คนเป็นจำนวนมากเกิดคำถามในใจว่า  เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร  ทั้งที่เรามีกรมควบคุมมลพิษ ที่น่าจะดูแล และเฝ้าระวังในเรื่องนี้ ทั้งที่พิจารณาจากชื่อของกรมแล้วว่า จะเป็นหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง

กรมควบคุมมลพิษน่าจะแสดงบทบาทในการเฝ้าระวังมากกว่านี้ เมื่อตรวจพบว่า ภาวะอากาศใกล้จะถึงจุดที่วิกฤติ สมควรที่จะแจ้งเตือนทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บังคับบัญชา และสังคมให้รับรู้ และหาทางออกป้องกันแก้ปัญหาล่วงหน้าร่วมกัน มิใช่เกิดปัญหาแล้วจึงจะมาระดมความคิดหาทางแก้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิธีคิดและทำงานตามแบบของคนไทย

หากเปิดแอปพลิเคชั่น Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ ผ่านโทรศัพท์มือถือ เปรียบเทียบกับแอปพลิเคชั่น AirVisual ของเอกชน จะพบว่า การวัดคุณภาพอากาศในตำแหน่งพื้นที่เดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ผลที่ได้ออกมาจะแตกต่างกันมาก เช่น Air4Thai วัดในเขตพญาไทได้ 21 AQI เขตดินแดงได้ 24 AQI ซึ่งถือว่า คุณภาพดีมาก

ในขณะที่ AirVisual วัดในเขตพญาไทได้ 70 AQI เขตดินแดงได้ 102 AQI ซึ่งถือว่า ปานกลางและไม่ถูกสุขลักษณะตามลำดับ

AQI มาจากคำว่า Air Quality Index ซึ่งหมายถึง ค่าดรรชนีวัดคุณภาพอากาศ

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า มาตรฐานในการวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ กับมาตรฐานของภาคเอกชนระหว่างประเทศแตกต่างกัน จึงอาจเป็นสาเหตุให้การพิจารณาแก้ปัญหาของกรมควบคุมมลพิษดูเหมือนช้าไปพอสมควร

เมื่อเกิดปัญหาฝุ่นพิษ สภาพอากาศเป็นพิษ ได้มีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจ  เช่น    ให้รถดีเซลที่เป็นรถบ้านวิ่งสลับกัน  โดยให้พิจารณาจากเลขท้าย เลขคู่เลขคี่ วิ่งสลับกันคนละวัน ซึ่งน่าจะดี แต่วิธีการนี้เคยใช้ในเมืองเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโกไม่ได้ผล เพราะคนที่จำเป็นใช้รถกลับไปซื้อรถมือสองให้มีเลขทะเบียนที่ขาดหายไป จะได้มีรถใช้ทุกวัน ผลกลายเป็นมลภาวะอากาศเสียหนักกว่าเดิม

การให้โรงเรียนในกรุงเทพมหานครหยุดเรียนในวันที่ 31 มกราคม และ กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อให้นักเรียนหลีกเลี่ยงสภาพอากาศ กลับเป็นว่า พ่อแม่ต้องพาเด็กเล็กไปที่ทำงานด้วย ส่วนเด็กโตไปศูนย์การค้า ไปดูภาพยนตร์ราวกับตอนปิดเทอม ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ให้หยุดเรียน

การแก้ปัญหาโดยใช้วิธีระดมฉีดน้ำ สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจแก้ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่อาจกลับมาเกิดปัญหาได้อีก

การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษ หากจะให้ได้ผลจริงจังต้องวางแผนกันอย่างบูรณาการ ไม่ว่าจะต้องวัดค่าอากาศที่แต่ละโรงงานปล่อยออกมา แทนที่จะวัดจากพื้นที่ใหญ่ในภาพรวม  เพื่อนำมาพิจารณาแก้ไขปัญหา รวมทั้งเรียกเก็บภาษีโรงงานเพิ่ม  ในฐานะที่เป็นผู้ปล่อยมลพิษ จึงต้องรับผิดชอบต่อสังคม

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่แก้ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษและมลภาวะ จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะทั้งทางด้านการท่องเที่ยว และความสูญเสียทางอื่นด้วย

การตั้งข้อกำหนดให้การใช้รถดีเซลที่เป็นรถบ้านลดลง โดยกำหนดเป็นมาตรการที่ชัดเจน

ส่งเสริมให้ใช้รถไฟฟ้าอย่างจริงจัง ลดอัตราภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้ราคารถไฟฟ้าอยู่ในอัตราที่คนทั่วไปสามารถจับต้อง  และซื้อใช้ได้ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการให้มีที่ชาร์จไฟฟ้า เมื่อไม่นานมานี้  มีรถญี่ปุ่นเปิดตัวรถไฟฟ้าขนาดเล็ก ราคาสูงกว่าล้านบาท สร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่รอคอย

การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษและมลภาวะ จึงต้องแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและยั่งยืน จึงจะได้ผลจริงจัง

จำนวนการอ่าน 37 ครั้ง