สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ประกันภัย พ.ร.บ.ปลอม

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 14 มกราคม 2562

ดร. รุจิระ บุนนาค

14 มกราคม 2562


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

  ทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า อุบัติเหตุที่เกิดการใช้รถใช้ถนนอุบัติเหตุบนท้องถนน ถือเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี  ผู้ที่รอดชีวิตบางรายอาจทุพพลภาพไปตลอดชีวิต บางรายอาจโชคดีที่บาดเจ็บไม่มาก รายงานของเว็บไซต์เวิลด์ แอตลาส เกี่ยวกับประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนมากที่สุดในโลกปีพ.ศ. 2560 ประเทศไทยได้ครองอันดับ ที่มีอัตราผู้เสียชีวิต 36.2 รายต่อประชากร 100,000 คน นับว่าเป็นอันดับหนึ่งที่ไม่น่าภูมิใจเลย

  อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากประสบพบเจอ แม้ผู้ขับขี่ได้ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่แล้ว แต่ถ้าอีกฝ่ายประมาท อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่ออุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้น สิ่งที่ผู้ประสบเหตุต้องการมากที่สุด คือ การเข้าถึงการรักษาพยาบาล หรือได้รับสิทธิประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 อย่างเร็วที่สุด 

 “ประกันภัย พ.ร.บ.”  หรือบางทีเรียก “ใบ พ.ร.บ.” เป็นการประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) คุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เพราะเหตุประสบภัยจากรถ โดยให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที กรณีบาดเจ็บ หรือช่วยเป็นค่าปลงศพ กรณีเสียชีวิต (2) เป็นหลักประกันให้โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลว่า จะได้รับค่ารักษาพยาบาลในการรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยจากรถ (3) เป็นสวัสดิสงเคราะห์ที่รัฐมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ (4) ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว

ผู้มีหน้าที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ.  คือ เจ้าของรถ ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อ การฝ่าฝืนไม่จัดให้มีประกันภัย มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ประเภทรถที่ต้องทำประกันภัย คือ รถตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก รถบดถนน รถอีแต๋น

เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น ค่าเสียหายเบื้องต้นที่ผู้ประสบภัยจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทที่รับประกัน คือ (1) ค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน (2) กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย (ทุพพลภาพ) เช่น ตาบอด หูหนวก  เสียแขน ขา  จำนวน 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน  กรณีบาดเจ็บและได้รับการชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามข้อหนึ่ง และต่อมาทุพพลภาพตามข้อสอง ค่าเสียหายที่ได้รับรวมกันแล้ว จะไม่เกิน 65,000 บาท ต่อหนึ่งคน

 กรณีเสียชีวิตจะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน ในกรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงตามข้อหนึ่งรวมกันแล้ว จะไม่เกิน 65,000 บาท ต่อหนึ่งคน  

สำหรับค่าสินไหมทดแทนในส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้นนั้น   บริษัทที่รับประกัน จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ประสบภัยในนามผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัย คือ (1) กรณีบาดเจ็บ แต่ไม่ทุพพลภาพ  บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายที่ผู้ประสบภัย สามารถเรียกร้องได้ตามมูลละเมิด แต่ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อหนึ่งคน  (2)  กรณีที่ทุพพลภาพ บริษัทจะจ่ายเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน (3) กรณีเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน (4) ในกรณีที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท จำนวนรวมกันไม่เกิน 20 วัน เป็นค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้น
นอกจากที่เจ้าของรถต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. ในแต่ละปีเจ้าของรถยังมีหน้าที่ที่ต้องชำระภาษีรถหรือต่อป้ายทะเบียน ทั้งนี้ มีเอกสารที่ใช้  คือ (1) ใบคู่มือจดทะเบียน (2) ประกันภัยพ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุอย่างน้อย เดือน (3) ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (ตรอ.) กรณีรถยนต์มากกว่า ปี กรณีจักรยานยนต์มากกว่า ปี  (4) เอกสารตรวจรับรองติดตั้งแก๊ส กรณีติดตั้งแก๊ส

การชำระภาษีรถ หรือต่อทะเบียนรถประจำปี กฎหมายบังคับให้ เจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถ ต้องแสดงหลักฐานว่า ประกันภัย พ.ร.บ. ที่ใช้กับรถที่จะต่อทะเบียนนั้น ยังอยู่ในระยะเวลาคุ้มครอง ซึ่งหมายความว่า ประกันภัย พ.ร.บ. ยังไม่หมดอายุนั่นเอง โดยมากจะเป็นส่วนท้ายของกรมธรรม์ที่ต้องฉีกไป เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งพิจารณา หากประกัน พ.ร.บ.  ยังมีผลใช้บังคับอยู่ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่ง จึงจะต่อทะเบียนรถให้

ในบางกรณี เจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถบางคนอาจมักง่ายไม่ยอมเสียเบี้ยประกันประกัน พ.ร.บ. จึงปลอมเอกสารโดยใช้วิธีถ่ายสำเนาเอกสารเป็นสี หรือทำขึ้นใหม่ด้วยการสแกนส่วนท้ายของประกัน พ.ร.บ. และแต่งใหม่ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อไปยื่นและตบตาเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งให้ต่อทะเบียนรถให้

หากมองในด้านดี อาจเป็นไปได้ว่า เจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับประกัน พ.ร.บ. เพื่อนำแสดงเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก แต่อาจซื้อประกัน พ.ร.บ. โดยผ่านบุคคลอื่น ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้หลายช่องทาง และถูกหลอกลวงให้ซื้อประกัน พ.ร.บ. ปลอม ซึ่งถือว่า เจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถตกเป็นผู้เสียหายด้วย

หากรถที่แล่นบนท้องถนนแล้วเกิดอุบัติเหตุ จนมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต โดยที่รถไม่มีประกัน พ.ร.บ. ย่อมเกิดปัญหาขึ้นได้

ผู้ประสบภัยจะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535  กล่าวคือ กรณีบาดเจ็บเท่าที่รักษาจริงจะไม่เกิน 30,000 บาท หากเสียชีวิต 35,000 บาท  เท่านั้น ซึ่งขั้นตอนการรับเงินค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ต้องใช้เวลาพอสมควร และค่าเสียหายที่เกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้นตามประกัน พ.ร.บ. จะไม่ได้รับ

แต่หากผู้ที่ประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ ดังกล่าว มีช่องทางที่จะได้รับค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนจากช่องทางอื่น เช่น ได้ประกันอุบัติเหตุไว้เป็นการส่วนตัว หรือรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุมีหลายคัน และคันอื่นอาจมีประกันในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ประกันภัยชั้นหนึ่ง จึงอาจเป็นไปได้ว่า จะได้รับค่าเสียหายเพิ่มขึ้นบ้าง หรือผู้ที่ประมาทก่ออุบัติเหตุ ยอมชดใช้ค่าเสียหายเอง

อย่างไรก็ตาม กรณีมีผู้ชำระภาษีรถ หรือต่อป้ายทะเบียนรถ โดยยื่นหลักฐานประกัน พ.ร.บ. ปลอม แล้วเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งรับต่อทะเบียนให้ นับว่า เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งพอสมควร เพราะไม่สามารถตรวจสอบอย่างละเอียดกับผู้ที่ขอต่อทะเบียนรถทุกราย หากตรวจสอบอย่างละเอียดทุกราย คงใช้เวลานานมากเกินไป จนเกิดความล่าช้า และผู้มาใช้บริการชำระภาษีหรือต่อป้ายทะเบียนรถจะเดือดร้อนทุกคน

กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงควรร่วมมือวางระบบการตรวจสอบร่วมกัน โดยอาจเป็นระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ที่สามารถตรวจสอบได้รวดเร็วทันที และได้ผลถูกต้อง แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องใช้ทั้งบุคคลที่ผ่านการอบรมและงบประมาณ ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการพอสมควร

ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิต สมควรได้รับการเยียวยาแก้ไข

จำนวนการอ่าน 46 ครั้ง