สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

โขนกัมพูชา-ไทย

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 24 ธันวาคม 2561

ดร. รุจิระ บุนนาค

24 ธันวาคม 2561


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

หลังจากที่ประชุมองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือยูเนสโก (UNESCO) ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. ธ.ค. พ.ศ. 2561  ที่เมืองพอร์ตลูอิส ประเทศมอริเชียส ได้ประกาศรับรองให้ "ละคอนโขลวัดสวายอันเด็ท" (Lkhon Khol Wat Svay Andet) ของกัมพูชา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เสี่ยงต่อการสูญหาย และสมควรอนุรักษ์ไว้อย่างเร่งด่วน(Intangible Cultural Heritage in Need of Urgent Safeguarding) เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2561 คนไทยจำนวนไม่น้อยต่างใจจดใจจ่อกับโขนไทยว่า จะได้รับการประกาศหรือไม่

จนเมื่อวันที่  29 พ.ย.2561 ยูเนสโกได้ประกาศรับรอง “โขนไทย” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ  (Intangible Cultural Heritageof Humanity)

ยูเนสโกจะพิจารณารายการที่แต่ละประเทศเสนอรายชื่อเข้ามา จากข้อมูล และฉายวีดีโอประกอบ ทีละรายการเรียงตามลำดับรายชื่อประเทศ ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ  เนื่องจากกัมพูชาชื่อภาษาอังกฤษ คือ Cambodia  จึงได้รับการประกาศก่อนประเทศไทย หรือ Thailand

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “มรดกโลก” (World Heritage)  ที่ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 มรดกโลก หมายถึง สิ่งที่ก่อสร้างขึ้น โบราณสถาน แหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของมนุษยโลกที่ควรจะปกป้อง เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต เช่น  เมืองประวัติศาสตร์ สุโขทัย และเมืองบริวาร  ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 

สำหรับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage-ICH) หรือมรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญา ได้รับการรับรองภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ พ.ศ. 2546 ไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. พ.ศ. 2559

มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หมายถึง ศิลปะการแสดง ความรู้ ความชำนาญประเพณี วัฒนธรรม  พิธีกรรม  งานเทศกาลงานช่าง เป็นต้น ซึ่งชุมชนมีการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง ทำให้รู้สึกถึงอัตลักษณ์ และคุณค่า

การประกาศรับรองตามอนุสัญญามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ มี รายการคือ (1) รายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (2) รายการที่ต้องได้รับการสงวนรักษาอย่างเร่งด่วน  และ (3) รายการที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการสงวนรักษา 

ยูเนสโกประกาศรับรอง "ละคอนโขล" กัมพูชา และ “โขนไทย” ไม่เป็นการซ้ำซ้อน การแสดงโขนของกัมพูชา และไทยต่างมีเอกลักษณ์ในแบบของตน

“ละครโขลวัดสวายอันเด็ท” เป็นการแสดงของชุมชนวัดสวายอันเด็ทห่างจากกรุงพนมเปญไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 ก.ม. ที่จัดขึ้นทุกๆ ปี เพื่อบวงสรวง “เนียกตา     (Neak Ta)” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน เพื่อให้การเพาะปลูกได้ผลดี มีการเข้าทรง จึงเป็นการแสดงเชิงพิธีกรรมในชุมชนเฉพาะ

โขนไทย ถือเป็นของชั้นสูงใช้ในการแสดงงานใหญ่ที่สำคัญ เช่น ในพระบรมมหาราชวัง เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จะมีความสวยงามวิจิตรตระการตา

การประกาศรับรองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ไม่ถือเป็นการที่ประเทศนั้นๆ อ้างความเป็นเจ้าของ และคัดค้าน ในกรณีที่ประเทศอื่น ยื่นเสนอในสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ความสำคัญในการรับรอง เพื่อช่วยกันให้มีการสืบทอด ทั้งให้มวลมนุษยชาติได้รู้จักและชื่นชม

ประโยชน์ของการได้รับขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกและการได้รับประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากยูเนสโก เช่น  เงินสนับสนุน  การเผยแพร่   การคุ้มครอง นอกจากนี้ ชุมชนบริเวณนั้น จะมีรายได้จากนักท่องเที่ยว

โขนเป็นของใคร คนไทยบางคนชอบพูดว่า ไทยสอนโขนให้กัมพูชา ส่วนหนึ่งอาจเป็น เพราะได้อ่านหนังสือชื่อ “โครงกระดูกในตู้” ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่มีบางตอนที่เขียนว่า “ท่านป้าฉวีวาดจ้างเรือสำเภาหนึ่งลำขนทรัพย์สมบัติลงเรือ แล้วนำละครของเจ้าจอมมารดาอำภาซึ่งตกมาถึงท่านนั้น ลงเรือทั้งโรงพร้อมด้วยเครื่องละครและดนตรีปี่พาทย์ รวมเป็นหลายสิบคน”“สมเด็จพระนโรดมจึงได้รับท่านป้าฉวีวาดและละครของท่านทั้งโรง เข้าไปอยู่ในพระราชวังในฐานะละครในเมืองเขมรและให้หัดละครเมืองเขมรสืบต่อจนถึงทุกวันนี้”

ในเรื่องนี้ ท่านอาจารย์ สุจิตต์ วงษ์เทศ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์พ.ศ. 2545 ได้ให้ความกระจ่างว่า ท่านป้าฉวีวาด หรือ ม.จ.หญิงฉวีวาด ปราโมช ไม่ได้ไปสอนกัมพูชาเล่นโขน แต่ไปหลบพระราชภัย  ทั้งไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ชี้ว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในราชสำนักกัมพูชาท่านมีส่วนเกี่ยวข้องในละครของกัมพูชาอย่างไร ท่านอาจารย์ สุจิตต์ ยังให้ความรู้ด้วยว่า ไทยได้แบบโขนจากวัฒนธรรมขอม ซึ่งมีต้นแบบอยู่ที่การเล่นชักหน้าดึกดำบรรพ์ หรือกวนเกษียรสมุทรของสำนักเมืองพระนคร (นครวัด) โดยมีหลักฐาน คือ ภาพสลักกวนเกษียรสมุทรระเบียงทิศตะวันตก ปีกด้านใต้ ปราสาทนครวัดราวพ.ศ. 1650 

 นักวิชาการหลายท่านให้ความรู้ตรงกันว่า โขนเป็นประเภทหนึ่งของการแสดงหน้ากาก (masked play) ที่ใช้เป็นพิธีกรรมทางศาสนา พบอยู่ทั่วไปในอุษาคเนย์ที่มีการนำวัฒนธรรมทางจากอินเดีย เรื่อง “รามายณะ” ไปแสดงในรูปแบบ หรือเอกลักษณ์เพื่อให้มีความเหมาะสมกับประเทศของตน

 โขนจึงเป็นวัฒนธรรมเชื่อมโยง ดังนั้น ไม่ควรที่จะคิดว่าเป็นของใคร

             ปัญหาที่คล้ายกับกรณีโขน คือ อุรุกวัย กับ อาร์เจนตินา พยายามอ้างความเป็นเจ้าของการเต้นแทงโก้ ยูเนสโกได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา จนในที่สุด ทั้งอุรุกวัย กับอาร์เจนตินา ถือว่า แทงโก้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้อง ไม่ได้ร่วมกันในปีพ.ศ. 2552 หรือกรณีของกิมจิ ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของเกาหลีเหนือ ในปีพ.ศ. 2558  หลังจากที่ได้ประกาศกิมจิของเกาหลีใต้ในปีพ.ศ. 2556  เช่นเดียวกับหรือเพลงพื้นบ้าน อารีรัง ที่เกาหลีใต้ได้รับการประกาศในปีพ.ศ. 2555 และเกาหลีเหนือได้ในปีพ.ศ. 2557 และในการประชุมยูเนสโกครั้งนี้ ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ได้ตกลงให้ “ซีรึม” ศิลปะการต่อสู้มวยปล้ำเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ร่วมกัน

บทบาทสำคัญของยูเนสโกหากย้อนไป เมื่อยูเนสโกก่อตั้งเมื่อ 16  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2488  จะมุ่งพัฒนาเน้นเรื่องการศึกษา ซึ่งประสบความสำเร็จพอควร  แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง  ยูเนสโกกลับไม่มีผลงานโดดเด่น หากจะเน้นเรื่องการศึกษาอีก อาจต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อสนับสนุนการศึกษาในโลก ทำให้ต้องเปลี่ยนบทบาท และหาทางเลือกอื่นว่า ยูเนสโกจะสร้างชื่อเสียงให้คนทั่วโลกรู้จักได้อย่างไร จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กร (Rebranding) โดยนำแหล่งวัฒนธรรม และทางธรรมชาติที่มีคุณค่าของแต่ละประเทศทำเป็น “มรดกโลก” มาเป็นตัวเชื่อมโยง เพื่อให้คนทั่วโลกมีความรู้สึกว่า มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน และต่อมาได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ทั้งมรดกโลกและมรดกทางวัฒนธรรม ต่างเป็นของมวลมนุษยชาติ ที่ควรร่วมกัน อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่ต่อไป




จำนวนการอ่าน 283 ครั้ง