สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ลงพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ : 18 ธันวาคม 2561

ดร. รุจิระ บุนนาค

18 ธันวาคม 2561


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

เมื่อไม่นานมานี้ มีการประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ ผู้มีรายได้น้อยผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  โดยรัฐจะใช้เงินหลายพันล้านบาท 

เหตุผลคือ เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวกว่าร้อยละ 4.8 แต่เม็ดเงินกระจายสู่ผู้มีรายได้น้อยค่อนข้างน้อย จึงทำให้เกิดโครงการนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย เพราะหากผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้าจากผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ด้วย

กรมบัญชีกลางได้ว่าจ้างธนาคารกรุงไทย ให้ติดเครื่องพีโอเอส (POS หรือ Point of Sale) ที่ร้านค้า เพื่อต่อพ่วงกับเครื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อจะได้แยกราคาสินค้ากับภาษีมูลค่าเพิ่มได้    ทำให้ทราบว่า ผู้มีรายได้น้อยได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปเป็นจำนวนเท่าใด

หลักเกณฑ์การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผู้มีรายได้น้อยถืออยู่ โดยในภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ นั้น ผู้มีรายได้น้อยจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ อีกร้อยละ จะคืนภาษีเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอีกร้อยละ จะเข้าบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติของผู้นั้น

การคืนภาษีจะคืนให้ในเดือนถัดไปในรูปแบบอีมันนี่ (E-Money) ที่สามารถกดเป็นเงินสดได้ ในแต่ละเดือนจะคืนให้ไม่เกิน 500 บาท ในระยะแรกจะต้องนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าเท่านั้น

โครงการนี้จะช่วยให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ และช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยมีเงินออมในบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติเพิ่มขึ้น

ผู้มีรายได้น้อยจำนวนหนึ่งเห็นว่า ตนเองแม้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ เพราะรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นภาษีทางอ้อม จากการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ  จึงจัดว่า เป็นผู้เสียภาษีอากรเช่นกัน และต้องการได้สวัสดิการต่างๆ จากรัฐเพิ่มขึ้น ให้คุ้มค่ากับที่ตนได้เสียภาษีไป

ผู้มีรายได้น้อยบางคนที่อยู่จังหวัดอื่นๆ นอกเขตกรุงเทพมหานคร มีความเห็นว่า คนที่อยู่ต่างจังหวัดเสียภาษีมากกว่าคนที่อยู่กรุงเทพมหานคร โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ความเจริญกลับกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ไม่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ

นักวิชาการบางคนเห็นว่า ในทางเศรษฐศาสตร์ ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเป็นภาษีถดถอย เนื่องจาก   ผู้ที่มีรายได้น้อยจะเสมือนว่า เสียภาษีมากกว่าผู้ที่มีรายได้มาก เพราะอัตราภาษีเท่ากันกับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ หากผู้มีรายได้มากซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง และต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนหนึ่ง หากผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้าเดียวกัน ราคาเท่ากัน จะต้องเสียภาษีจำนวนเท่ากัน

ภาษีมูลค่าเพิ่มจึงแตกต่างจากภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นภาษีในอัตราก้าวหน้า     ผู้ที่มีรายได้มากกว่า จะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า และผู้ที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะไม่ต้องเสียภาษี

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้คัดค้านแนวคิดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีรายได้น้อย เพราะทำให้รัฐขาดรายได้จำนวนมาก และเสียวินัยทางการคลัง
TDRI ยังเห็นว่า การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของประชาชน การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้มีรายได้น้อยจะทำให้ขัดกับแนวคิดดังกล่าว หากรัฐต้องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย  การที่รัฐฝึกอาชีพ และแจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อยแทนการคืนภาษี ยังน่าจะเกิดผลดีมากกว่า เพราะไม่ทำให้ขัดกับแนวคิดเกี่ยวกับหน้าที่ในการเสียภาษี ไม่ทำให้เกิดความสับสนระหว่างความช่วยเหลือกับหน้าที่

TDRI ได้เคยให้ความเห็นเมื่อครั้งรัฐบาลมีแนวคิดที่จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มว่า น่าจะทำได้เพราะสินค้าที่ผู้มีรายได้น้อยซื้อมากๆ นั้นมักจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว เช่น อาหารสด สินค้าเกษตร และจากผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากคนรวยนั้นมากกว่าคนจนถึงร้อยละ 80-90

นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เห็นว่า การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยใช้เงินเกินตัว เพราะความอยากได้เงินภาษีคืนมากๆ ให้เต็มจำนวน 500 บาทนั้น จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้าเกินความจำเป็นที่ตนต้องใช้อุปโภคบริโภคได้

หากเทียบกับภาษีเงินได้แล้วจะเห็นได้ว่า การคืนภาษีเงินได้นั้น โดยหลักรัฐคืนให้เพราะผู้เสียภาษีชำระภาษีไว้เกิน เช่น อาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเกินจากความรับผิดในการเสียภาษีของตน ยิ่งได้ภาษีคืนมากยิ่งไม่ดี เพราะแสดงว่า เสียภาษีไว้เกินมาก และรัฐได้รับเงินไปแล้วล่วงหน้า ซึ่งการคืนให้นั้นไม่มีดอกเบี้ย แต่การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ ไม่ได้เกิดจากการเสียภาษีเกินไว้แต่อย่างใด

การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นตามปกติประเทศต่างๆ  เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยจะคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ได้คืนให้กับบุคคลประเทศของตน ในประเทศสหรัฐอเมริกาการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวจะเป็นการคืนภาษีการซื้อสินค้า หรือ Sale Tax เช่นกัน ซึ่งขอคืนได้จากมลรัฐที่ได้มีการซื้อสินค้าในแต่ละมลรัฐ เพราะไม่ใช่ภาษีของรัฐบาลกลาง

ในประเทศอังกฤษ การไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จะกำหนดให้แต่เฉพาะบุคคลบางประเภท เช่น ผู้พิการ ผู้ที่เจ็บป่วยเป็นระยะเวลานาน หรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น ไม่ได้คืนให้บุคคลต่างๆ เป็นการทั่วไป และมีเงื่อนไขจำกัดสินค้าที่จะคืนให้ กล่าวคือ ผู้พิการจะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราศูนย์ แต่ต้องใช้สำหรับซื้อสินค้าบางประเภทที่กำหนดเท่านั้น ไม่ใช่การซื้อสินค้าทุกประเภทจะได้คืนภาษี 

การไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้พิการในประเทศอังกฤษ จะไม่เรียกเก็บเฉพาะแต่สินค้าที่ช่วยเหลือความพิการของผู้นั้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้ง ซ่อมแซม และอะไหล่ 

ประเทศอังกฤษ ยังคงเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป แต่จะลดอัตราให้จากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ โดยใช้เฉพาะกับสินค้าบางประเภท  ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุที่ติดตั้งในบ้าน เช่น ราวจับ เป็นต้น

การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับบุคคลทั่วไปเป็นจำนวนมาก โดยมีขอบข่ายประเภทสินค้าที่กว้างขวาง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค อาจไม่ส่งผลดีกับประเทศไทย ทำให้ประเทศขาดประโยชน์ เมื่อคืนแล้วครั้งหนึ่ง อาจจะมีครั้งต่อๆไปได้อีก ทำให้ผู้ได้รับคืนภาษีจะเกิดความเคยชิน และต้องการให้คืนภาษีอีกเรื่อยๆ 

จำนวนการอ่าน 276 ครั้ง