สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ฟิล์ม กับ Pay All

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 14 ธันวาคม 2561

ดร. รุจิระ บุนนาค

14 ธันวาคม 2561


Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ฟิล์ม หรือ รัฐภูมิ  โตคงทรัพย์ ดาราและนักร้องชื่อดัง กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อศาลอาญาพิพากษาว่า ฟิล์มมีความผิด ต้องได้รับโทษอาญาจากการประกอบธุรกิจแอพพลิเคชั่น (Application) Pay All ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายด้านการศึกษา การคมนาคม ค่าเดินทาง ค่าขนส่งต่าง ๆ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต บัตรเงินสด ประกันภัย ประกันชีวิต และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่สำคัญการใช้จ่ายนั้น ๆ ไม่ได้เสียเปล่า แต่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้กลับคืนมาสู่ผู้ใช้บริการด้วย และหากใครสมัครสมาชิก VIP จะมีค่าสมัครปีละ 4,900 บาท โดยจะมีแต้ม (Point) สะสมทุกการใช้จ่าย

คดีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) ได้แจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับบริษัท ที่ฟิล์มเป็นประธานบริหาร ฐานให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) ด้วยการเติมเงินล่วงหน้าและนำไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ประกอบพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ประกอบประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 (การประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์)

การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money)  ผ่าน  Pay All ที่ได้ยื่นขออนุญาตต่อ  ธปท. เป็นการยื่นผิดประเภท  ทาง ธปท.  จึงได้แจ้งให้ดำเนินการยื่นขออนุญาตใหม่แต่ไม่ดำเนินการ  ก่อนจะพบว่า บริษัทนี้ได้ดำเนินธุรกิจไปก่อนได้รับอนุญาต  

นอกจากนี้ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545  เพราะตอนยื่นจดทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นบริษัทขายตรง  แต่ได้ดำเนินธุรกิจผิดจากแบบที่แจ้งไว้  จึงถูกทาง สคบ.  ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ 

บริษัทที่ประกอบธุรกิจ Pay All มีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท ประกอบธุรกิจให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์  (E-Money)  แต่ตามหลักเกณฑ์การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money)  ของ ธปท. ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 200 ล้านบาท  ต้องแยกบัญชีเงินลูกค้ากับบัญชีเงินของบริษัท   และต้องชี้แจงโครงสร้างองค์กรและแผนธุรกิจชัดเจนในระยะ ปี เป็นต้น  

สำหรับลูกค้าและผู้ที่เคยชำระค่าสินค้าผ่าน  Pay All  จะพบว่าสินค้าที่ร่วมรายการจะมีราคาถูกกว่าตามที่ขายในห้างสรรพสินค้า  เมื่อจ่ายค่าบริการผ่าน Pay All  ซึ่งสามารถชำระได้ตลอดเวลา  ผู้ให้บริการจะหักค่าบริการไว้เพียง บาท ใบเรียกเก็บ ใบ  และจะมีแต้มสะสม  (Point)  เพื่อเอามาแลกเงิน   การชวนเพื่อนมาสมัครเป็นสมาชิกจะมีค่าแนะนำสมาชิกให้   ซึ่งการให้บริการแบบนี้เคยมีคนทำธุรกิจก่อนแล้วเช่นกัน  เพียงแต่ไม่ได้ทำผ่านแอปพลิเคชั่นแบบ  Pay All  และจะใกล้เคียงกับแชร์ลูกโซ่ที่มีการแนะนำสมาชิกไปเรื่อยๆ  คนที่หาสมาชิกได้มากจะอยู่ในลำดับสูง และจะมีเงินได้จากการแนะนำสมาชิกของคนที่อยู่ลำดับล่างๆ 

หากเปรียบเทียบการให้บริการของ Pay All  กับการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) จะคล้ายกับรูปแบบอื่นที่มีอยู่แล้ว  เช่น  เคาน์เตอร์เซอร์วิส  ซึ่งให้บริการอยู่ในเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา  สามารถชำระค่าสินค้าได้เกือบทุกประเภท   หรือการให้บริการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง  

ปัจจุบันการใช้จ่ายชำระค่าสินค้า หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน  ผู้ใช้บริการต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น  แอปพลิเคชั่น  Pay All  ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายทุกด้าน  แต่ที่เป็นปัญหาเพราะผู้ประกอบกิจการไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง  ประกอบกับทุนจดทะเบียนที่กฎหมายกำหนดสูงถึง  200  ล้านบาท  ทำให้ต้องเลี่ยงไปจดทะเบียนประเภทอื่น   

กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมธุรกิจประเภท Pay All  เพราะเมื่อเปิดดำเนินการ  ย่อมต้องให้บริการและเกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก  ต้องมีทุนจดทะเบียนสูง เพราะต้องการให้บริษัทหรือผู้ประกอบกิจการมีความมั่นคง  ถ้าทุนจดทะเบียนน้อยเกินไป   อาจเป็นเหตุให้เลิกกิจการง่ายเกินไป   ทำให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเดือดร้อนเสียหาย

นอกจากนี้ การที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแยกบัญชีเงินลูกค้า  กับเงินบัญชีของบริษัท   เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการว่า  จะมีเงินทุนหมุนเวียน เงินของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจะไม่หายไปไหน  และยังเป็นการป้องกันมิให้ผู้ให้บริการใช้เงินผิดประเภท

คดีนี้ ฟิล์มได้รับสารภาพตลอดข้อหา โดยให้เหตุผลเพียงว่า ไม่มีเจตนาและไม่ทราบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในที่สุด ศาลอาญาได้เมตตาพิพากษาให้ลงโทษจำคุกฟิล์ม ปี ปรับ 100,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา รายงานตัว ปี และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง

แม้ว่า ฟิล์มจะถูกพิพากษาว่า มีความผิดตามกฎหมาย แต่ถือว่า ยังชนะใจคนดูผู้ชม เพราะถือว่า เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ไฟแรง ที่อยากจะทำธุรกิจใหม่ ๆ ที่เริ่มต้นใหม่ หรือที่เรียกกันว่า สตาร์ทอัพ (Start Up) เพียงแต่ว่า ต้องอาศัยเวลา บ่มเพาะประสบการณ์ และเรียนรู้มากกว่านี้ 

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ให้แก่คนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจ อย่าท้อแท้ และดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคตจนประสบความสำเร็จ



จำนวนการอ่าน 377 ครั้ง