สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ควรระวัง...จองโรงแรมผ่านเว็บ

ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 26 พฤศจิกายน 2561

ดร. รุจิระ บุนนาค

26 พฤศจิกายน 2561

                                                               
Facebook Rujira Bunnag

Twitter @RujiraBunnag

ปัจจุบัน การจองโรงแรมห้องพัก ในการท่องเที่ยวสะดวกขึ้นมาก เพราะมีเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้บริการจองโรงแรมออนไลน์ (Online Travel Agency หรือ OTA) โดยเปรียบเทียบราคา บริการ จากการรีวิวห้องพัก และข้อมูลอื่นๆ ของโรงแรมต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือก และตัดสินใจ
 
ปัญหาในการจองห้องพักโรงแรมในปัจจุบันจึงไม่เหมือนในอดีต  ที่นักเดินทางท่องเที่ยวอาจไม่รู้จักโรงแรมที่พัก อาจมีข้อมูลบ้างจากหนังสือคู่มือท่องเที่ยว หรือวารสารการท่องเที่ยว แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ มีข้อมูลมากจนไม่ทราบว่า จะจองห้องพักกับเว็บไซต์ไหน จึงจะได้ราคาดีที่สุด
 
เว็บไซต์เหล่านี้มักเป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก รับจองโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ และขยายกิจการเข้ามาให้บริการในประเทศไทย 

เว็บไซต์เหล่านี้มีรายได้จากคนไทยประมาณปีละ แสนล้านบาท โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2561 นี้ เป็นที่คาดการณ์ว่า จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ล้านล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของโรงแรมที่พักน่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า ล้านล้านบาท
 
เว็บไซต์เหล่านี้ บางครั้งอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เจ้าของเดียวกัน แต่ให้บริการไม่เหมือนกัน รูปแบบการจอง เงื่อนไข และราคาแตกต่างกัน เพราะเหตุที่เป็นการเข้าซื้อกิจการมาภายหลัง ไม่ได้มีการก่อตั้งเว็บไซต์มาด้วยกันแต่ต้น
 
ตัวอย่างเว็บไซต์ OTA ที่มีชื่อเสียงคือ Booking.com, Agoda.com และ Priceline.com ที่เป็นของบริษัท Priceline Group ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ของประเทศสหรัฐอเมริกา (ปัจจุบันเพิ่งเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Booking Holdings Inc.) ซึ่งคนไทยจะรู้จักคุ้นเคยกับเว็บไซต์ของบริษัทนี้กันดี แต่รูปแบบวิธีการให้บริการของ Booking.com กับ Agoda.com จะมีความแตกต่างกันบ้าง
 
และยังมีเว็บไซต์ Orbitz.com, Trivago.com, Venere.com และ Hotels.com รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ อีกมาก ที่เป็นของบริษัท Expedia Group Inc. บริษัทอเมริกันที่ให้บริการด้านท่องเที่ยวระดับโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เช่นเดียวกัน
 
อีกค่ายหนึ่งคือ เว็บไซต์ CheapOair.com และ OneTravel.com ซึ่งเป็นของบริษัท Fareportal Inc. บริษัทรับจองที่พักสัญชาติอเมริกัน ที่ประกอบกิจการในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย
 
ค่ายใหญ่อีกค่ายคือ TripAdvisor.com ซึ่งเป็นของบริษัท Liberty TripAdvisor Holdings, Inc. ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ซึ่ง TripAdvisor นี้ ยังจัดเป็นชุมชนออนไลน์ของนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ภัตตาคาร และกิจกรรมต่างๆ มากมายทั่วโลก
 
เว็บไซต์บางแห่งยังขยายไปให้บริการอื่นๆ นอกจากจองห้องพักด้วย เช่น รับจองตั๋วเครื่องบิน รถเช่า และประกันภัยการเดินทาง อันเป็นการให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร
 
แต่เดิมเว็บไซต์เหล่านี้จะซื้อแพ็คเกจห้องพักจากทางโรงแรมทีละมากๆ ทำให้ได้ราคาถูกกว่าปกติ แล้วนำมาแบ่งให้เช่าออนไลน์ ซึ่งแทนที่จะเป็นผลดีกับทางโรงแรมที่ให้เช่าห้องพักได้มาก บางครั้งกลับสร้างปัญหาให้กับทางโรงแรม เพราะทำให้โรงแรมกลับไปขายห้องในราคาปกติไม่ได้ คนไปจองห้องกับทางเว็บไซต์กันหมด
 
นอกจากนี้ บางเว็บไซต์ไม่ได้ซื้อแพ็คเกจจากทางโรงแรม แต่รับจองห้องพักออนไลน์เท่านั้น และเรียกเก็บค่าบริการจากทางโรงแรมสูงถึง 30% 35% ของราคาห้องพัก ทำให้โรงแรมเสียเปรียบและรายได้ลดลง เพราะอำนาจต่อรองของทางโรงแรมแต่ละแห่งน้อยกว่าเว็บไซต์ที่มีเครือข่ายโรงแรมอยู่เป็นจำนวนมาก
 
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โรงแรมหลายแห่งจึงสร้างเว็บไซต์รับจองห้องพักของโรงแรมตนเองขึ้นมาเพื่อแข่งกับเว็บไซต์เหล่านี้ จึงเกิดปัญหาขึ้นมาว่า ระหว่างการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ OTA ต่างๆ กับจองผ่านเว็บไซต์ของทางโรงแรมโดยตรง แบบไหนจะได้ราคาถูกกว่า
 
คนจำนวนมากเชื่อและเข้าใจว่า การจองโรงแรมกับเว็บไซต์ OTA จะได้ราคาห้องพักดีกว่า แต่จากประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย บางครั้งการจองห้องพักโดยตรงกับทางโรงแรม ทั้งผ่านเว็บไซต์ของทางโรงแรม จองทางโทรศัพท์กับทางโรงแรม หรือแม้กระทั่งการ walk in เข้าพักโดยไม่ได้จองล่วงหน้า กลับได้ราคาห้องพักที่ถูกกว่าการจองกับเว็บไซต์เหล่านี้
 
ตัวอย่างเช่น ราคาห้องพัก 1,600 บาท หากจองผ่านเว็บไซต์บางแห่งจะกลายเป็น 2,100 บาท ห้องพิเศษ หรือระดับพรีเมี่ยมราคาปกติ 1,900 บาท แต่เมื่อจองผ่านเว็บไซต์จะกลายเป็น 2,800 บาท บางครั้งห้องธรรมดา ถ้าจองผ่านเว็บไซต์เหล่านี้จะราคาแพงกว่าห้องพรีเมี่ยมที่ติดต่อจองกับทางโรงแรมโดยตรง
 
บางครั้งการดูราคาหน้าเว็บไซต์บางแห่ง จะรู้สึกว่า ราคาห้องพักถูก เพราะมีโฆษณาของทางเว็บไซต์ว่า ลดราคาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งราคาห้องพักในเว็บไซต์ไม่ได้รวมอาหารเช้า service charge ค่าธรรมเนียม และภาษี ทำให้ดูแล้วราคาถูก แต่ถ้ารวมราคาค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไปจะเห็นได้ว่า ราคาไม่ได้ถูกแต่อย่างใด
 
ตัวอย่างเช่น ที่หน้าจอของบางเว็บไซต์บางแห่ง จะมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษตัวเล็กๆ ซ่อนไว้ บอกราคาภาษี เช่นมี province tax หรือภาษีท้องถิ่น อัตรา 10% ซึ่งจริงๆ แล้วอัตราภาษีท้องถิ่นในประเทศไทยสำหรับห้องพักในประเทศไทยที่จัดเก็บนั้น จัดเก็บในอัตราเพียง 0.3% เท่านั้น ซึ่งส่วนมากนักท่องเที่ยวจะไม่ทราบ และไม่ได้สังเกตเมื่อตอนโดนเรียกเก็บเงิน 

ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า แล้วเงินภาษีส่วนต่างที่เรียกเก็บไปแล้วนั้นอยู่ที่ไหน ตกได้กับใคร ท้องถิ่น โรงแรม หรือทางเว็บไซต์เป็นผู้ได้รับส่วนต่างนั้น บางครั้งเมื่อนักท่องเที่ยวที่เข้าพักสงสัย สอบถาม และโต้เถียงโรงแรมในประเทศไทยเหล่านั้นจะแจ้งว่า ค่าภาษีดังกล่าวทางเว็บไซต์เรียกเก็บเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงแรม ทั้งที่นักท่องเที่ยวเป็นคนชำระให้กับโรงแรม

 เคยมีการสำรวจโดยบริษัทที่ให้บริการปรับปรุงเว็บไซต์ให้กับโรงแรม โดยการสุ่มราคาจองห้องพักออนไลน์ผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ เปรียบเทียบกับการจองผ่านเว็บไซต์ของทางโรงแรมเอง เกินครึ่งของการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ จะมีราคาห้องพักแพงกว่าการจองผ่านเว็บไซต์ของทางโรงแรม
 
นอกจากนี้ การจองห้องพักผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ หากเป็นการจองห้องพักในต่างประเทศ หลายครั้งที่ราคาจะถูกกว่าการจองโดยตรงกับทางโรงแรมไม่มาก เช่น ถูกกว่าเพียงไม่กี่เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่กี่ยูโร ซึ่งโดยแท้จริงแล้ว อาจไม่ใช่ราคาถูกกว่า แต่เป็นผลมาจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศในช่วงนั้นๆ
 
ดังนั้น นักเดินทาง นักท่องเที่ยว และผู้ที่จองห้องพักโรงแรมจึงต้องระมัดระวัง หากมีเวลาเตรียมตัวพอสมควร ควรหาข้อมูลด้วยตัวเอง เกี่ยวกับค่าเช่าห้องพักของโรงแรมต่างๆ ในจังหวัดเดียวกัน หรือท้องถิ่นเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบ เช่น โทรศัพท์สอบถามราคากับทางโรงแรมโดยตรง และเปรียบเทียบราคา ก่อนที่จะตัดสินใจ เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และโดยไม่จำเป็น

ในที่สุด นักท่องเที่ยวคงต้องกลับมายึดสุภาษิตที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และ ผู้ซื้อควรระวัง
 

จำนวนการอ่าน 52 ครั้ง