สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

ระฆังเสียงดัง

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 19 ตุลาคม 2561

ดร. รุจิระ บุนนาค

19 ตุลาคม 2561

       เมื่อประมาณต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้มีข่าวที่อาจดูเหมือนขัดแย้งต่อความรู้สึกพุทธศาสนิกชนชาวไทย ที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ นั่นคือ  กรณีสำนักงานเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ส่งหนังสือถึง เจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม มีเนื้อความว่า ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์ว่า ได้รับความเดือดร้อน จากกรณีที่วัดไทร ตีระฆัง ส่งเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30 น. -04.00 น.  เป็นประจำทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยในคอนโดที่อยู่ติดกับวัด สำนักงานเขตบางคอแหลม จึงขอความร่วมมือวัดไทร ลดเสียงให้เหมาะสม ป้องกันการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย
 
เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ แทบจะทุกสื่อต่างนำเสนอข่าวนี้ กระดานสนทนาตามเว็บไซต์ต่างๆ ได้พากันโจมตีเขตบางคอแหลม และผู้พักอาศัยในคอนโดแห่งนั้นในทำนองว่า วัดสร้างมาก่อนที่จะมีคอนโด การที่วัดต่างๆ ตีระฆังเป็นเรื่องที่มีมาหลายร้อยปี  หากผู้อยู่ในคอนโด ไม่สามารถฟังเสียงระฆังได้ ควรที่จะย้ายออกไป
 
การตีระฆังในวัด เป็นไปเพื่อการประกาศวาระของการทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเข้าพรรษา จะมีการตีระฆังช่วงเวลาประมาณ 04.00 – 04.30 น. เพื่อปลุกพระ เณร ให้มาทำวัตรเช้า คือ การสวดมนต์ และจะตีในเวลา 08.00 น. และ 16.00 น. เพื่อส่งสัญญาณ ให้พระเณรทำวัตรเช้าและเย็น

นักสืบโซเชียลได้เสาะหาข้อมูลจนทราบว่า คอนโดที่ว่า คือ สตาร์วิว และคาดว่า ผู้ร้องเรียน เป็นผู้หญิงที่ปล่อยห้องให้ชาวต่างชาติเช่า เพราะเธอได้ให้ความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊คของเธอในทำนองว่า การประกอบกิจของสงฆ์ ควรต้องปรับให้ทันกับยุคสมัย อะไรที่ทำมานานแล้ว หากไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ควรยกเลิกได้แล้ว  หลังจากที่ให้ความเห็นได้เพียงไม่กี่วัน เธอเจอกระแสกระหน่ำโจมตี ทำให้ต้องปิดเฟซบุ๊ค
 
เรื่องนี้ทำให้ผู้อาศัยในคอนโดห้องอื่นๆ หลายคนต้องออกมาโต้ว่า ผู้พักอาศัยที่มีปัญหาคงจะมีเธอคนนั้นแต่ผู้เดียว ผู้พักอาศัยหรือชาวบ้านบริเวณนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ผู้หญิงคนนี้ยังเคย โทรไปที่วัด  ร้องเรียนกรณีที่เมื่อทางวัดมีงานบวช จะมีวงดนตรีมาเล่นดนตรีเสียงดัง ทำให้เกิดเสียงรบกวน และขอร้องทางวัดไม่ให้มีการเล่นดนตรีในขณะมีงานบวช ซึ่งทางวัดได้ชี้แจงว่า ไม่สามารถห้ามญาติโยมที่จ้างวงดนตรีมาเล่นได้ แต่จะช่วยเจรจาให้เล่นดนตรีเบาลง ทั้งยังได้ร้องเรียนกรณีเมรุเผาศพ ที่อยู่ใกล้กับคอนโดเมื่อเผาศพจะมีควันเกิดขึ้น  เรื่องนี้ ทางเขตได้ลงมาตรวจสอบควันแล้ว พบว่า ไม่มีปัญหาใดๆ  ทางวัดสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ตามปกติ
 
กรณีดังกล่าวทำให้ผู้อาศัยในคอนโดหลายคนต้องออกมาโต้ว่า ผู้พักอาศัยหรือชาวบ้านบริเวณนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด นิติบุคคลอาคารชุดสตาร์วิว ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการร้องเรียนดังกล่าวแต่อย่างใด

องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า เสียงที่เป็นอันตราย หมายถึง เสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบลเอ ที่ทุกความถี่ เสียงกระซิบมีความดัง 30 เดซิเบลเอ เสียงสนทนาทั่วไป มีความดัง 60 เดซิเบลเอ เสียงจราจรตามปกติ 80 เดซิเบลเอ  สำหรับระดับเสียงที่ดังเกินมากกว่า 85 เดซิเบลเอ หากได้ยินเป็นจำนวนมาก  สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ

ระยะทางจากวัดไทรถึงคอนโด คือ 800 เมตร  อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้คำนวณเสียงระฆังดังถึงคอนโด คือ 62 เดซิเบล
 
ทางวัดคงไม่ต้องการมีปัญหาอะไรกับผู้อาศัยบริเวณนั้น ท่านเจ้าอาวาสวัดไทร ได้ยึดหลักทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา ได้สั่งให้พระลูกวัดตีระฆังให้เบาลง ซึ่งทางผู้อาศัยและคนละแวกนั้น จะไปห้ามไม่ให้ทางวัดตีระฆังย่อมเป็นไปไม่ได้ คงต้องถอยกันคนละก้าว เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข

มีการวิจารณ์กันว่า เรื่องนี้เหมือนกรรมติดจรวด หลังจากที่มีการร้องเรียนเพียงไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงข่าวจับกุม ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับประเทศเกาหลีใต้ ในคดีฉ้อโกง รวม คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 190 ล้านวอน หรือ ล้านบาท  โดยได้จับกุมตัวได้ที่คอนโดสตาร์วิว  นอกจากนี้ บางห้องผู้เช่าเป็นคนต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย แต่เจ้าของห้องผู้ให้เช่าไม่ได้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวบางคนอยู่ในประเทศเกินกำหนด

           ตามพ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 ได้กำหนดไว้ว่า เจ้าบ้าน เจ้าของบ้านหรือ   ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม  ซึ่งรับคนต่างด้าว  ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง  ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นอยู่ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย
 
การร้องเรียนการประกอบกิจกรรมทางศาสนา  ไม่ใช่จะมีแต่ในประเทศไทย เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561  ศาลในเมืองเมดาน บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ได้ตัดสินจำคุก สตรีชาวพุทธเชื้อสายจีน เป็นเวลา ปี เดือน ด้วยความผิดดูหมิ่นศาสนาอิสลาม จากการที่เมื่อปีพ.ศ. 2559 เธอได้ร้องขอให้มัสยิดที่อยู่ใกล้บ้านเธอลดความดังของลำโพงลงในเวลาที่มัสยิดสวดละหมาดในแต่ละวัน เนื่องจากเธอรู้สึกแสบแก้วหู

อย่างไรก็ตาม ด้านองค์กรนิรโทษกรรมสากลได้เรียกร้องให้ศาลอินโดนีเซีย  พิจารณาเพิกถอนบนลงโทษ  เนื่องจากเป็นการตัดสินโทษที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน
 
ในเรื่องของการส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่เคารพความเป็นสิทธิส่วนตัวสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันพักผ่อนของครอบครัว จึงมีกฎหมายห้ามกระทำการที่ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน เช่น ห้ามใช้เครื่องตัดหญ้าวันอาทิตย์
 
ความสงบที่แท้จริง คงหายาก ขอให้ใจคนเราสงบเป็นพอ

 

จำนวนการอ่าน 126 ครั้ง