สำนักกฎหมาย

มารุต บุนนาค

อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ

สิ่งบ่งชี้ภูมิศาสตร์ (GI)

ลงพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ : 16 ตุลาคม 2561

ดร. รุจิระ บุนนาค

16 ตุลาคม 2561

เมื่อกล่าวถึงลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า คนส่วนมากอาจเคยได้ยิน แต่สำหรับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือจีไอ (GI-Geographical Indications) อาจไม่คุ้นชื่อ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เกิดขึ้นได้ เมื่อมีความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยสำคัญสองประการ คือ ธรรมชาติและมนุษย์  เมื่อมนุษย์ในชุมชนได้อาศัยลักษณะเฉพาะที่มีอยู่ในแหล่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศ สภาพพื้นดิน วัตถุดิบในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ หรือทักษะความชำนาญของคนในท้องถิ่น ขนบธรรมเนียมประเพณี ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าประจำท้องถิ่นนั้น  ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือสินค้ามีคุณลักษณะพิเศษแตกต่างจากที่อื่น คุณลักษณะพิเศษนี้ รวมถึงคุณภาพ ชื่อเสียงหรือคุณลักษณะเฉพาะอื่นๆ ที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้นๆ 

เมื่อกล่าวถึงไข่เค็ม คนจะนึกถึง “ไข่เข็มไชยา” ของอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่หลายคนชอบมากกว่าไข่เค็มจากแหล่งอื่น  ไข่แดงจะใหญ่และสีแดงทั้งสดทั้งเข้ม รสชาติทั้งมันและอร่อย  เนื่องจากมีสารอาหารสำหรับเป็ดไข่ธรรมชาติ ที่จะมีอยู่ในเฉพาะท้องที่อำเภอไชยา  แม้จะนำเป็ดไข่ไปเลี้ยงที่อื่น เมื่อออกไข่จะไม่ได้ไข่เหมือนที่เลี้ยงที่อำเภอไชยา แสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะของไข่เค็มมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่นั้น 

เช่นเดียวกับมีดอรัญญิก เป็นที่ทราบดีว่า ภูมิปัญญาของชาวอรัญญิก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จากรุ่นบรรพบุรุษที่สืบทอดต่อกันมาช้านาน  ช่างทำมีดอรัญญิกขึ้นชื่อได้ว่ามีความรู้ความชำนาญ การทำมีดทุกขั้นตอนต้องใช้ความรู้ ทักษะ และความชำนาญเฉพาะตัว ตั้งแต่การเลือกเหล็ก ถ่านที่ใช้ในการเผาเหล็ก การเผาเหล็กที่ต้องได้อุณหภูมิที่เหมาะแก่การ      ตีเหล็กมีดอรัญญิกมีความเชื่อมโยงกับทักษะความชำนาญของคนในท้องถิ่นนั้น

ความแตกต่างของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า คือ ผู้เป็นเจ้าของไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มชุมชนที่เป็นผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์นั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หรือแหล่งภูมิศาสตร์ อื่นไม่สามารถผลิตสินค้าโดยใช้ชื่อแหล่งภูมิศาสตร์เดียวกันมาแข่งขันได้  ทั้งกลุ่มชุมชนที่เป็นผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์  ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ไม่มีสิทธิที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ต่อได้ สิทธินี้เป็นสิทธิเฉพาะของชุมชน

ตามพ.ร.บ. คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546   ผู้มีสิทธิที่จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ คือ  (1) ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล  ซึ่งมีเขตรับผิดชอบครอบคลุมบริเวณแหล่งภูมิศาสตร์ของสินค้า (2) บุคคลธรรมดา กลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคล  ซึ่งประกอบกิจการค้าเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  และมีถิ่นที่อยู่ในแหล่งภูมิศาสตร์ของสินค้า(3) กลุ่มผู้บริโภคหรือองค์กรผู้บริโภคสินค้า  ที่ใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขอขึ้นทะเบียนได้ ต้องเป็นชื่อ สัญลักษณ์ ชื่อเสียงหรือคุณลักษณะเฉพาะ ที่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ เขต ภูมิภาคของประเทศ ต้องไม่เป็นชื่อสามัญของสินค้า และต้องไม่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือนโยบายแห่งรัฐ  

 สำหรับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศ ที่ต้องการได้รับความคุ้มครอง  ต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่า  เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศนั้น และมีการใช้สืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนในประเทศไทย

จากข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา นับตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2561   มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 115 รายการในจำนวนนี้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทยจำนวน 99 รายการ เช่น  ผ้าไหมยกดอกลำพูน ผู้ขอขึ้นทะเบียน คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ชามไก่ลำปาง ผู้ขอจดทะเบียน คือ สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง  ไข่เค็มไชยา ผู้ขอจดทะเบียน คือ นายอติศักดิ์ ธีรธร  ตัวแทนกลุ่มอาชีพผู้ผลิตและจําหน่ายไข่เค็มไชยา

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของต่างประเทศมีจำนวน 16 รายการ  เช่น พิสโก (Pisco) ผู้ขอจดทะเบียน คือรัฐบาลสาธารณรัฐเปรู พริกไทยกำปอด (Kampot Pepper) ผู้ขอจดทะเบียน คือสมาคมส่งเสริมพริกไทยดำกำปอด ประเทศกัมพูชา 

ระยะเวลานับจากยื่นคำขอจนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในกรณีที่ไม่มีการแก้ไขคำขอหรือการคัดค้าน/การโต้แย้ง ใช้เวลาประมาณ 120 วัน ยื่นได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

ตามปกติสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เมื่อได้ขึ้นทะเบียนแล้ว  จะได้รับความคุ้มครองตลอดไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา  เว้นแต่ถ้าปรากฏเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ในภายหลัง ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานเจ้าหน้าที่  อาจร้องขอให้เพิกถอนทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ (1)  การขอขึ้นทะเบียนหรือการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  ได้กระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรืออำพราง หรือมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริงในขณะที่รับขึ้นทะเบียน (2)  สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปและการเปลี่ยนแปลงนั้น ทำให้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด หรือทำให้รายการเกี่ยวกับแหล่งภูมิศาสตร์ หรือรายการอื่นเปลี่ยนแปลงไปจากที่ลงไว้ในทะเบียน

การผลักดันสินค้าชุมชนให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  จะช่วยเพิ่มมูลค่าและชื่อเสียงให้กับสินค้า เป็นเครื่องมือการตลาดที่จะช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า ทั้งยังเป็นการรับรองคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า ทำให้ต้องรักษามาตรฐานของสินค้า   เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน  อันเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งยังเป็นการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น

เมื่อสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนต่างๆ  ตระหนักถึงความสำคัญของการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ 


จำนวนการอ่าน 240 ครั้ง